head-mtwatsaischool
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
วันที่ 20 ตุลาคม 2021 7:49 PM
head-mtwatsaischool
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์

ห้องปิดตายที่ มุมไบ

  • 0 ตอบ
  • 142 อ่าน
ห้องปิดตายที่ มุมไบ
« เมื่อ: ธันวาคม 29, 2020, 11:26:34 AM »
ห้องปิดตายที่ มุมไบ

เราไปเที่ยวเมืองมุมไบ ประเทศอินเดียมาเมื่อสองปีที่แล้ว พักแถวๆโรงแรมใกล้ชายหาดชื่อว่า จูฮู บีช โรงแรมติดทะเลราคาประมาณคืนละสองพันบาทรวมอาหารเช้า ซึ่งเป็นการไปเที่ยวอินเดียครั้งแรกเราเลยเลือกที่จะพักโรงแรมที่ดูปลอดภัย มีการสแกนผู้ที่จะเข้ามาในบริเวณโรงแรมและใครจะขึ้นมาบนห้องพักต้องแลกบัตรก่อนอย่างละเอียด ตอนที่เราไปไม่ได้คิดถึฃเรื่องผีอะไรใดใด แต่มองถึงความปลอดภัยจากคนมากกว่าใครจะรู้ว่ารอดจากคนแต่ดันต้องมาเจอความหลอนแทนหละ เรื่องเริ่มจากพอเราเอากระเป๋าไปเช็คอิน ห้องที่เราอยู่คือชั้น 3 เกือบติดทะเล ใช่ค่ะ เกือบติดเพราะวิวที่เรามองจากหน้าต่างมันจะเห็นตรงชายหาดด้านข้างทั้งที่ตอนเราขึ้นลิฟต์เดินเข้าห้องพัก

คือห้องเราเดินสุดทางไปทางทะเลแล้ว ถ้ามองด้วยตาเปล่าคือเป็นห้องสุดท้าย ถ้าตามปกติหน้าต่างของเราควรจะต้องมีอีกด้านนึงที่หันไปทางทะเล ซึ่งความจริงในห้องนั้นหน้าต่างอยู่ทางด้านขวาล้ำมาทางชายหาด แต่ตรงฝั่งที่หันไปทางทะเลเลยเป็นกำแพงและประตูบานหนึ่งเหมือนว่าประตูนั้นสามารถเปิดทะลุไปอีกห้องนึงได้ แต่มีล็อกมาทางด้านห้องเรา ตอนนั้นพอเรรเห็นว่าเหมือนมีทางเชื่อมไปอีกห้องเราก็รีบเดินไปเช็คดูว่าล็อกอยู่มั้ย ล็อกทางฝั่งไหนคือกังวลแค่เรื่องความปลอดภัยของคนเท่านั้นค่ะ ในใจตอนนั้นคิดว่าโชคดีที่ตัวล็อกประตูหันมาทางห้องเราทำให้เช็คได้และแน่ใจได้ว่าจะไม่มีใครมาปลดล็อคแน่นอน

เราเข้าห้องน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อยก็ออกมาเพื่อไปเที่ยวรอบๆเมืองมุมไบ กลับเข้าโรงแรมอีกครั้งก็ตอนหัวค่ำเลย เราไปถึงโรงแรมประมาณสองทุ่มนั่งกินข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรม รวมถึงชมวิวทะเลตอนมืดแบบสบายใจ เพราะห้องอาหารติดกับทะเลซึ่งมีทางลงไปที่ชายหาดเลย นั่งเล่นอยู่เป็นชั่วโมงเหมือนกันถึงจะขึ้นห้องไป พอเราเข้าไปในห้องก็รีบอาบน้ำเตรียมตัวนอนเลยค่ะ เพราะวันรุ่งขึ้นเรามีแพลนที่จะไปเที่ยวแต่เช้า และก็ยังพักที่โรงแรมนี้อยู่ เราเป็นพวกนอนแบบปิดไฟไม่หมดคือไม่ชอบนอนแบบปิดมืดดังนั้นเราเลยเปิดไฟที่ห้องน้ำและทิ้งเอาไว้ พร้อมกับเปิดทีวีทิ้งไว้ด้วย แบบไม่ชอบความเงียบสนิทอะค่ะ สักพักเราหลับไปจากความเหนื่อยล้า

อยู่ดีดีก็ได้ยินเสียงทุบประตูดังมากๆ ตอนนั้นสะดุ้งตื่นมาแบบตกใจจากเสียง เรียกว่าทุบเลยนะไม่ใช่เคาะและรู้สึกว่าเสียงนั้นดังมาจากประตูบานที่มันเชื่อมกับอีกห้องได้ไม่ใช่ประตูด้านที่ไว้เข้ามาในห้องนอน แต่เราก็คิดว่าอาจจะคิดไปเอง แต่แปลกตรงที่พอเราลืมตาขึ้นมาทีวีที่เราเปิดทิ้งเอาไว้มันปิด ซึ่งเราเองแน่ใจมากกว่าหนึ่งร้อยเปอร์เซนต์ว่าเราเปิดทีวีทิ้งไว้ เราไม่ได้เปิดเสียงดังนะเลยแอบคิดว่าหรือห้องข้างๆที่อยู่ตรงนั้น หมายถึงอยู่ตรงห้องทางประตูเชื่อมเขาอาจจะรำคาญและทุบประตูเพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าเขาไม่โอเค แต่เราก็แปลกใจว่าทีวีในห้องเรามันปิดได้ยังไง เพราะไม่มีทางที่เราจะตั้งปิดแน่นอน คนขี้กลัวแบบเราถึงจะชอบไปเที่ยวคนเดียวแต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ห้องเงียบสนิทถ้าไม่ใช่ที่บ้านตัวเอง

เรานอนต่อและแน่นอนว่าเปิดทีวีอีกครั้งซึ่งเสียงทีวีเบามากๆ เปิดให้ไม่เงียบเท่านั้น พอเริ่มเคลิ้มหลับไปอีกครั้งเรากลับได้ยินเสียงเหมือนประตูที่เชื่อมอีกห้องพยายามจะเขย่าลูกบิด เราไม่รู้ว่าจะเปิดหรืออะไรแต่ทำเอาเราเด้งตัวขึ้นมานั่งเลยเพราะกลัวว่าจะมีใครเปิดเข้ามา เรารีบลูกขึ้นไปเปิดไฟและทำให้แน่ใจว่าเสียงมันดังมาจากทางประตูที่เชื่อมอีกห้องอย่างแน่นอน แต่โชคดีที่กลอนประตูแบบเลื่อนล็อคมันอยู่ทางห้องเรา เสียงเขย่าลูกบิดดังอยู่สองสามครั้งเราชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะปลอดภัยมั้ย เลยโทรไปที่ล็อบบี้บอกมห้ช่วยขึ้นมาดูหน่อยห้องข้างๆเหมือนพยายามจะเปิดประตู พอพนักงานมาถึงห้องเรา เราเลยบอกไปว่าเนี่ยประตูในห้องเรามีคนพยายามจะเปิด พนักงานทำหน้าตกใจแล้วบอกเราว่าทางนั้นไม่มีคนอยู่และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครเข้าไปถ้าไม่เข้าจากทางห้องของเรา เราบอกกลับไปว่าจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเราเห็นกับตาเลยว่าลูกบิดมันสั่นจากแรงเขย่าแถมยังได้ยินเสียงทุบประตูอีก

พนักงานพาเราไปดูตรงด้านหน้าทางเข้าห้อง ถ้ามองจากประตูห้องเราจะเห็นว่าประตูห้องเราเป็นประตูสุดท้ายที่อยู่ริมสุดแล้ว เราเลยบอกว่างั้นช่วยเช็คให้หน่อยได้มั้ยว่าไม่ได้มีใครติดอยู่ในห้องนั้น ตอนนั้นเรายังไม่คิดว่าเป็นผีเลยนะคิดไปถึงว่ามีใครเผลอเปิดประตูนั้นแล้วโดนล็อคเอาไว้รึเปล่า พนักงานมองหน้าเราแบบทำตาโตมากแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนเข้าไปเพราะไม่มีใครเข้าไปนานมากแล้ว ไม่เปิดให้ใช้มาหลายปีแล้ว และสุดท้ายพนักงานบอกเราว่าให้นอนต่อไม่ต้องไปสนใจ ซึ่งเราถึงกับเหวอไปเลยเพราะรู้สึกว่าจะนอนยังไงละทีนี้ มันยังคาใจ พนักงานก็เหมือนเนียนเดินลงข้างล่างไปเลย ทิ้งเราให้อยู่กับความคาใจ

เรียกว่าหลังจากนั้นเรานอนไม่หลับและเปิดไฟสว่างทั้งห้อง จนตอนเช้าเราอาบน้ำเสร็จเดินไปตรงประตูทางเชื่อมอีกครั้งเราเลยลองเอาหูไปแนบที่ประตู เราได้ยินเหมือนเสียงคนเดินไปมา คือแบบมีอะไรสักอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น ตอนนั้นเราเริ่มกลัวและสงสัยมากๆ อยู่ดีดีก็มีการเขย่าลูกบิดอีกครั้งในมือเราถือโทรศัพท์อยู่พอดีเลยอัดคลิปไว้ และเห็นชัดเจนว่าลูกบิดถูกเขย่าแถมตามมาด้วยการทุบประตูอีกสองครั้งเรานี่ถ่ายจนถึงได้ยินเสียงทุบประตูและรีบกดโทรศัพท์เรียกพนักงานขึ้นมาเลย ตอนนั้นเราเดินไปเปิดประตูทิ้งไว้เลยนะคะ แบบกลัวมาก

พอพนักงานขึ้นมาซึ่งเป็นพนักงานคนเดิมที่ขึ้นมาเมื่อคืน อาจเพราะยังเช้าอยู่เลยยังไม่ออกกะ เราก็เล่าให้ฟังว่ามีคนอยู่ในนั้นจริงๆ พร้อมเปิดคลิปที่ถ่ายไว้ให้ดู พนักงานยิ่งทำหน้าตกใจเข้าไปอีกแล้วโทรเรียกเพื่อนขึ้นมา พนักงานอีกคนขึ้นมาพร้อมบอกกับเราว่าไม่มีทางมีคนอยู่เราเลยเปิดคลิปที่อัดให้ดูเขาก็ทำหน้าตาตกใจมากเราบอกว่าถ้าไม่เปิดห้องนี้ให้เราดูเราจะแคนเซิลอีกสองคืนของเราที่นี่เพราะไม่สบายใจ สุดท้ายเขาเลยไปเรียกผู้จัดการมาและผู้จัดการก็เห็นคลิปที่เราถ่ายเลยยอมเอากุญแจไขเปิดประตูนั้นให้เรา ซึ่งเราแปลกใจมากพอเปิดไปแล้วไม่มีอะไรอยู่ในห้องเลย ห้องนั้นมีแต่เฟอร์นิเจอร์ที่ค่อนข้างเก่าแล้วและไม่มีคนอยู่ในนั้น เราบอกว่าแล้วที่เราเจอคืออะไรก็ไม่มีใครตอบได้สุดท้ายพอเราบอกเราขอแคนเซิลผู้จัดการเลยให้เราย้ายห้อง เราก็เลยตกลง แต่บอกตามตรงนะคะยังคาใจมาจนถึงทุกวันนี้ และคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องผีสางแน่ๆ เพราะสิ่งที่เราเจอมันไม่สามารถคิดไปทางอื่นได้เลย


โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์