head-mtwatsaischool
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
วันที่ 20 ตุลาคม 2021 9:33 PM
head-mtwatsaischool
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 [2] 3
11
ห้องนั่งเล่น / ศึกสระอโนดาต
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ ธันวาคม 08, 2020, 06:46:27 PM »
ศึกสระอโนดาต

กลางป่าหิมพานต์ที่เต็มไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่สระหนึ่ง ที่มีชื่อว่าสระอโนดาตภายในสระมีน้ำเต็มล้นอยู่ตลอดเวลา และมีน้ำที่ใสสะอาดจนเห็นแผ่นหินเบื้องล่างบริเวณรอบๆ สระนั้นถูกรอบรอบไปด้วยภูเขาทั้ง 5 คือ เขาการะ เขาไกรราช เขาจิตตะ เขาคันธมาทน์  สุพัฒนะ ซึ่งธารน้ำที่ไหลรวมกันในสระอโนดาตก็ไหลลงมาจากยอดเขาทั้ง 5 นี้ และตามริมทางที่น้ำไหลมานั้นเต็มไปด้วยไม้รากหอม และไม้แก่นหอม รวมทั้งไม้ที่เป็นโอสด อีกหลากหลายชนิด เมื่อไหลมารวมกันในสระอโนดาตทำให้น้ำในสระใสสะอาดมากไม่มีมลพิษใดๆ เจือปน และเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถรักษาโรคภัยได้ทุกอย่าง ยอดเขาทั้ง 5 ที่อยู่รอบสระอโนดาจนั้นมีลักษณะเอียงโน้มเข้าหากันราวกับปากกายื่นมาปิดด้านบนของสระอโนดาตเอาไว้

ทำให้นำในสระแห่งนี้เย็นฉ่ำเพราะไม่เคยถูกต้องแสงแดดและแสงเดือนเลยเป็นสระที่ไม่เคยโดนแสงส่องให้ร้อนสระอโนดาตและน้ำในสระนั้นจึงถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องคอยปกปักรักษา หลายรอบสระในแต่ละด้านจึงมีผู้คอยดูแลตามคำสั่งขององอัมรินทร์ เทวาดาบนสรวงสวรรค์ด้านนอกของป่าหิมพานต์ที่เป็นมหาสมุทรใหญ่ข้างใต้มหาสมุทรนั้นเป็นเมืองบาดาลของเหล่านาคซึ่งปกครองโดยพญาสันฑะฆาตนาคราช เหล่านาคอาศัยอยู่ในเมื่องแห่งนี้มาหลายพันปี และอยู่รวมกันอย่างสงบสุขเรื่อยมาจนกระทั่งมีการเจ็บป่วยของเหล่านาคเกิดขึ้นด้วยโรคแปลกประหลาดที่หมอชั้นสูงของนาคราชก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้โรคร้ายนั้นทำให้เหล่านาคล้มตายกันมากมายทั้งนาควัยเด็กวัยชรา

หรือแม้แต่นาควัยฉดรรจ์ที่แข็งแรงก็ยังป่วยตายด้วยโรคนี้ พญาสันฑะฆาตนาคราช  อับจนหนทางที่ช่วยเหลือนาคที่เจ็บป่วย หรือแม้แต่ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโรคระบาดนี้ ราชาแห่งนาคเลยเรียกประชุมเหล่านาคผู้อวุโสและหมอนาคบันเพื่อเรียกพบพูดคุยและหาทางรักษาโรคประหลาดนี้ "ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไรท่านหมอนาคบัน" กระหม่อมมองเห็นแค่หนทางเดียวพะยะค่ะ ท่านบอกมาเถิดแม้จะยากลำบากสักแค่ไหนข้าก็จะทำตามที่ท่านแนะนำ กระหม่อมคิดว่ามีแค่น้ำศักดิ์สิทธิ์ในสระอโนดาตเท่านั้น ที่จะรักษาเหล่านาคให้หายได้ พญาสันฑะฆาตนาคราช ก็คิดเช่นเดียวกันกับหมอนาคบัน เพราะน้ำในสระอโนดาตนั้นเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถรักษาโรคภัยต่าวๆได้ราชานาคจึงตัดสินใจนำทหารนาคไปอีก 2 ตน

ขึ้นจากเมืองบาดาลขึ้นไปป่าหิมพานต์ทันที ท่านคิดว่าการไปขอแบ่งบันน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระอโนดาตคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะสระอโนดาตนั้นมีผู้ดูแลรักษาตามที่องอัมริทร์ได้แต่งตั้งเอาไว้และหนึ่งในผู้ดูและสระอโนดาตคือพญาศรีอริยะนาคราช ที่เป็นพี่ชายของท่านเองดังนั้นการจะไปขอแบ่งปันน้ำศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้จะต้องราบรื่นด้วนดี พญาสันฑะฆาตนาคราช  คิดอย่างนั้น เมื่อไปถึงสองนาคผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้พบกันมานานก็กอดรัดทักทายกัน และพญาสันฑะฆาตนาคราช  ได้แจ้งให้พี่ชายรู้ถึงการมาในครั้งนี้ เมื่อพี่ชายทราบเรื่องราวก็กังวนมากรู้สึกเป็นห่วงเหล่านาคในเมืองบาดาลจึงบอกน้องชายให้นั่งพักก่อน และรออยู่ไม่ไกลจากสระอโนดาต

ส่วนตนนั้นจะเข้าไปแจ้งเรื่องขอแบ่งปันน้ำจากสระอโนดาต ให้กับผู้ดูแลท่านอื่นๆ แต่การเจรจาไม่เป็นผลเพราะเหล่าเทวดาและสัตว์หิมพานต์ที่มีหน้าที่ดูแลสระอโนดาตนั้นไม่ยินยอมให้น้ำศักดิ์สิทธิ์แก่ พญาสันฑะฆาตนาคราช เมื่อท่านทราบเรื่องจากพี่ชายก็ขอลองไปเจรจาด้วยตนเองแต่ก็ไม่สำเร็จเหล่าผู้ดูและไม่มีใครแบ่งปันน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้ราชาแห่งนาคก็ได้แต่แปลกใจและไม่เข้าใจว่าทำไมเหล่าผู้ดูแลสระถึงไม่ยอม "ทำไมพวกท่านถึงทำเช่นนี้ ทำไมแบ่งให่ข้าไม่ได้ เผ่าพนธุ์ของข้ากำลังลำบากมีเพียงน้ำศักดิ์สิทธิ์ในสระอโนดาตเท่านั้น ที่จะช่วยชีวิตเหล่านาคได้" ก็ดูพวกท่านซิมากันถึง 3 ตนการที่จะเอานำไปได้นั้นพวกท่านต้องกลืนกินลงท้องแล้วน้ำไม่หมดสระเอารึพวกท่านกลับไปเถอะพวกข้าไม่ให้ดอก

ไม่ว่าพญาสันฑะฆาตนาคราช  และพญาศรีอริยะนาคราช จะอ้อนวอนสักเท่าไหร่ เหล่าผู้ดูแลสระอโนดาตก็ไม่ยอมใจอ่อน จนพญาสันฑะฆาตนาคราช  โกรธมากแล้วพ่นพิษใส่การต่อสู้รอบสระอโนดาตจึงเกิดขึ้น พญานาค 2 พี่น้องช่วยกันสู้รบเพื่อจะแย่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปให้ได้ทหารนาคตนหนึ่งที่เดินทางมาพร้อมกับ พญาสันฑะฆาตนาคราช  พยายามจะฉวยโอกาศกลืนกินน้ำลงท้องแต่ก็ถูกทำร้ายทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนเสียงดังไปทั่วป่าหิมพานต์ แต่ด้วยกำลังพลที่น้องกว่าทำให้ พญาสันฑะฆาตนาคราช นั้นต้องล่าถอยไปตั้งหลักที่ชายป่าหิมพานต์ พญาสันฑะฆาตนาคราช  รักษาอาการของนาคที่โดนทำร้ายจนหายดีแล้วทั้ง 4 นาคราชก็ช่วยกันขบคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ ที่จะสามารถนำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระอโนดาตกลับไปยังเมืองบาดาลได้

พญาศรีอริยะนาคราช จึงแนะนำน้องชายให้ต่อสู้ด้วยกันขึ้นไปกั้นน้ำบนยอดเขาทั้ง 5 ยอดเพ่ือไม่ให้น้ำไหลลงสู่สระอโนดาต พญาสันฑะฆาตนาคราช ก็เห็นด้วยกับพี่ชายทั้ง 4 นาคราชจึงแปลงกายเป็นพญานาคตัวใหญ่โอบรอบรัดยอดเขาทั้ง 5 เอาไว้ทำให้เหมือนมีทำนบกั้นน้ำไว้ไหลลงสู้ธารน้ำเบื้องล่างไม่ได้ และสระอโนดาตก็ไม่มีน้ำลงไปเติมให้เต็มเหมือนที่ผ่านมา ฝ่ายผู้รักษาสระอโนดาตที่มีทั้ง เทวดา กินรี กินรา ครุฑ และสัตว์ชั้นสูงในป่าหิมพานต์นั้นผิดสังเกตุเพราะน้ำที่เคยเต็มล้นสระกับนิ่งสนิทและดูเหมือนน้ำจะพล่องลงไปด้วยซ้ำ

เทวาดาองหนึ่งจงตัดสินใจเหาะขึ้นไปดูบนยอดเขาทั้ง 5 เลยทำให้รู้สาเหตุที่ทำให้น้ำในสระอโนดาตพล่องไป เพราะนาคทั้ง 4 ได้แปลงกายโอบรัดยอดเขาเอาไว้นั้นเองเขาเหาะลงมาแล้วแจ้งให้ผู้ดูแลทุกตนทราบ พวกเขารู้สึกกังวนเพราะลักษณะการแปลงตัวใหญ่ของนาคราชนั้น เต็มไปด้วยอิทธิฤทธิ์ยากที่ผู้ดูแลรอบสระแห่งนี้จะขึ้นไปต่อกรมีเฉพาะองอัมรินทร์บนสวรรค์เท่านั้น ที่จะสามารถจะจัดการกับพญานาคแปลงกายตัวใหญ่โตนี้ได้
เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามตอนหน้า


โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
12
ห้องนั่งเล่น / ฉันอ่อนแอต่อโลกภายนอก
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ ธันวาคม 03, 2020, 06:13:08 PM »
ฉันอ่อนแอต่อโลกภายนอก

มันดูแล้วรู้สึกเหมือนเป็นดอกไม้ที่อยู่ในเรือนเพาะชำภายใต้การควบคุมดูแลของพ่อแม่คุณหรือเปล่าเป็นผักที่ถูกล็อคในกำแพงสีด้านพ่อแม่ของฉันทำฉันเป็นต้นไม้จริงๆแล้วคุณจะพบว่าฉันก็จะเป็นเหมือนต้นไม้อย่างช้าๆได้ยังไง อันที่ฉันเกิดพ่อกับแม่ก็ตัดสินใจลองใช้ภายในบ้านทั้งหมดก็เป็นเพราะว่าฉันมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอนะจ๊ะอากาศเป็นปกติยังทำฉันป่วยได้แม่ของฉันก็เลยนั่งอยู่กับฉันทั้งวันตาไม่กระพริบฉันรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในคุกหมอแนะนำอย่างหนักแน่นให้พ่อกับแม่ส่งฉันเข้าโรงเรียนประถมแทนการอยู่คงอยู่ที่บ้านการเข้าสังคมจะช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันของชั้นกับแม่ตกลงทำแบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่พระเจ้าจะมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้ถูกปล่อยออกจากบ้านสักที

ฉันต้องการมีเพื่อนแล้วก็กลายมาเป็นนักเรียนดีเด่นห้องแต่วันแรกของการเรียนผู้ชายคนก็เข้ามาเขาป่วยแล้วก็ตามชั้นเจ้าทำไมพ่อแม่เขาไม่ปล่อยเขาอยู่ที่บ้านสำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นเรื่องที่ผ่านไปได้แต่สำหรับฉันมันทำลายชีวิตฉันได้เลยฉันป่วยแล้วก็กด 3 เดือนเป็นโรคนึงหายแล้วก็เป็นอีกโรคนึงต่อแล้วก็เป็นไข้ความทรมานเจ็บปวดแสนสาหัสแต่ฉันก็มีกำลังใจที่ดีภาษาอังกฤษแต่ว่าฉันคงจะกลับไปเรียนให้เร็วที่สุดความฝันเกิดจากความเสี่ยงต่อหน้าต่อตาคุณหรือเปล่าคุณเคยโชคชะตาน้องให้ล้มลงบ้างไหมไปรษณีย์เด็กเกินไปตกลงออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ฉีดยากันอยู่พ่อแม่ตั้งใจว่าจะไม่ให้ฉันไปโรงเรียนต่อไปจะเปลี่ยนมาเรียนกับครูแทนก็คิดว่านกนกอะไรกับร่างกายของฉัน

ฉันรู้เลยว่าชนะสงครามครั้งนี้ได้ยอมจำนนแต่ก็ไม่ได้ยอมแพ้ฉันตัดสินใจเองไปกับเรื่องยาเพิ่มความแข็งแรงให้กับระบบได้ยังไงเพิ่งจะได้ออกจากคุกสักทีฉันเตรียมหลักฐานการสอบทุกอย่างงดงามและที่สำคัญที่สุดทำให้พ่อกับแม่ตายใจผลการสอบฉันได้ลงทะเบียนเข้าเรียนคณะแพทย์เป็นนักศึกษาควรทำในมหาวิทยาลัยที่มีเกียรติและฉันจะมีความสุขทั้งการปกครองมหาวิทยาลัยแต่มีข้อแม้ว่าแม่ต้องไปกับฉันแม่จะขับรถกลับบ้านเช่าเป็นมหาวิทยาลัยทุกเช้าทุกเย็นฉันได้รับเชิญไปงานปาร์ตี้อยู่บ่อยๆและฉันก็อยากจะไปมากแต่ก็จะไม่ยอมปล่อยฉันไปผ่านไปหลายเดือนมันก็ยังอยู่ในหมวดของการเป็นหนังสือที่บ้านมันดีกว่าที่จะมีชีวิตอยู่ได้นานแล้วถ้าเกิดป่วยขึ้นมา

แม่ต้องไปอยู่กับพ่อแล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตฉันจะถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวในบ้านของนักเรียนทุกคนเห็นว่าฉันไม่ได้มากับแม่ก็เริ่มตั้งคำถามไปยกใหญ่ก็แค่บอกว่าตอนนี้ฉันอยู่คนเดียวแล้วก็มีสระว่ายน้ำใกล้ๆฉันจัดงานปาร์ตี้ฉันสนใจแล้วก็ตอบตกลงเป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้รับผิดชอบชีวิตตัวเองผู้ใหญ่กินเหล้าขาวตัวนึงเล่นกันก็สนุกสุดๆแล้วฉันก็รออะไรอย่างอื่นอีกครั้งแรกคุณน่าจะรู้นะว่าอะไร ด้วยความสัตย์จริงเขาไม่ได้ก็ฉันจำเรื่องที่แข็งแรงแล้วก็ลมหายใจที่เรารักเขาได้เขาเป็นผู้ชายมันๆในนิยายเลยอากาศของฉันก็เป็นแค่โอกาสเดียวก็ได้หลังจากนี้ฉันอยู่ห่างจากเธอแม้แต่ก้าวเดียวจนจบมหาวิทยาลัยได้ง่ายๆแล้วเขาก็ทำให้ลูกหัวใจกลับไปกลับมาเป็นครั้งแรกของฉัน

แล้วก็กลายเป็นครั้งสุดท้ายจากการสอบผ่านไปมันก็กลับมาอยู่บ้านในวันหยุดยาวแล้วก็กลายเป็นว่าตลอดไปคุณเคยทำอะไรบางอย่างที่คุณคิดว่าเป็นกูรอบแต่กลับลงที่ความโง่เขาหรือเปล่าฉันเริ่มจะรอซ้ำหลายลอยเต็มตัวฉันไปหมดถ้าเป็นคนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องหน้ากับใครอะไรก็คงคิดว่าเป็นรอยปานหรือไม่ก็แพ้อะไรบางอย่างฉันถูกๆให้รักษาสุขภาพตัวเองที่สุดฉันบอกวันที่ 5 รอบคอบพวกมันบอกว่ามันจะเป็นแค่เศษดินมันเป็นของขวัญฉันได้รับจากงานปาร์ตี้หน้าบ้านนั่นไม่อยากจะคิดเลยว่ามันเป็นยังไงมันก็ต้องอยู่กับพ่อแม่ทุกวันนี้เหมือนกับคำขึ้นมากขึ้นแข็งมากขึ้นแล้วก็ทำให้คันบ่อยหลังจากนั้นไม่กี่วันมันออกได้แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรฉันก็เลยตัดสินใจขั้นเด็ดขาดตัวเองในห้องน้ำ

เอากรรไกรตัดเล็บอย่าฆ่าเชื้อแล้วก็ผ้าปิดแผลออกมาซึ่งการผ่าตัดฉันก็กลัวความกล้าตกลงไปที่ชิ้นส่วนที่ยื่นออกมาได้ก็ต่อเมื่อฉันกลับถึงตัวเองด้วยความเจ็บปวดแผลของฉันก็เริ่มเบลอแต่ฉันไม่มีงานที่ต้องทำอีกเยอะถึงแล้วกินเหล้าผ่านความเจ็บปวดมันก็น้ำตาและฉันก็ตัดออกไปได้ทั้งหมด หลังจากนั้นไม่กี่วันแล้วก็เริ่มโตขึ้นแล้วก็ตอนเช้าออกมาบนหน้าจอฉันฉันทักมาบอกด้วยความยากลำบากและฉันก็เจอคุณยายของน้องของฉันฉันตัดสินใจที่จะเอามันออกไปข้างหน้ามันจะเจ็บเกินไปถ้าเอาก็มันออกไปตอนนี้แม่สังเกตเห็นรอยแผลบนใบหน้าและฉันบอกว่าเพราะว่ามันเป็นแค่สิวไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงถ้ามันตอบมาก็ขุดขึ้นมาบนหน้ามากขึ้นฉันตัดมันออกทีละชิ้น

ชิ้นนั่งฉันไปเรื่อยๆก่อนใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลเป็นตอนฉันรู้สึกเจ็บปวดที่สุดจนไม่สามารถทำให้พ่อกับแม่เชื่อแล้วก็เริ่มเป็นกังวลได้อีกต่อไปแต่เขาก็เลยพาฉันไปหาหมอฉันต้องชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อไม่ให้แม่เข้าไปตรวจกับฉันได้อยู่กับหมอแค่ 2 คนเราเรื่องงานปาร์ตี้แล้วก็เรื่องที่ฉันทำอยู่ที่นั่นให้หมอฟังแล้วก็ตามร่างกายของฉันกำลังเก็บไว้ไม่ได้เลยมันดูน่าสยดสยองที่ประทับกันเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆแล้วก็มีหนองไหลออกมาขึ้นอย่างที่ฉันคิดฉันติดเชื้อมาจากงานปาร์ตี้ทั้งนั้นมันเป็นเชื้อไวรัสทั่วไปที่เกิดขึ้นได้กับประชากรในชุมชนนอกเป็นพระภูมิคุ้มกันของฉันเองเชื้อไวรัสก็เลยจะขึ้นให้เกิดที่หาได้ยากยิ่งมนุษย์ต้นไม้ก่อนแล้วก็ฉันไม่ได้ขอความช่วยเหลือตั้งแต่ครั้งแรกๆ

เอาชิ้นเนื้อที่โกหกด้วยตัวเองมันก็เลยทำให้สถานการณ์แย่ลงคุณหมอทำการผ่าตัดที่แสนเจ็บปวดมากๆก็ยาระงับความปวดยังงั้นฉันก็ตื่นขึ้นมาระหว่างการผ่าตัดหลายครั้งแล้วก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดีไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหรือยาที่มีฤทธิ์แรงที่สุด เดือนนึงหลังจากนั้นก็มันก็เริ่มต้นขึ้นมาอีกคุณหมอไม่ให้ทำการผ่าตัดมากกว่า 1 ครั้งต่อปีความว่าฉันจะเป็นต้นไม้เดินได้ก่อนสิ้นปี


โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
13
ห้องนั่งเล่น / วิชาภาษาที่ผมเกลียด
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ พฤศจิกายน 24, 2020, 06:48:26 PM »
วิชาภาษาที่ผมเกลียด

   เป็นสัจจะธรรมของโลกว่า สิ่งต่าง ๆในโลกนี้มักมีสองด้านเสมอคือด้านดีและด้านเลว จึงไม่แปลกที่แต่ละคนจะมีความชอบหรือเกลียดในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแตกต่างกัน เมื่อถามถึงเรื่องความชอบในความชอบนั้นก็ต้องมีเรื่องที่ทำให้เราไม่ชอบปนอยู่ด้วยเป็นธรรมดา สำหรับบทความนี้เป็นเรื่องของความไม่ชอบ ไม่อยากยุ่งหรือสนใจในสิ่งๆหนึ่ง ผู้เขียนขอนิยามมันสั้นๆว่า ‘ความเกลียด’

   วันนี้เราจะมาพูดถึงวิชาที่ผู้เขียนเกลียด นั่นคือวิชาเกี่ยวกับภาษาทุกภาษาอาจยกเว้นวิชาภาษาไทยไว้วิชานึง

   ที่เกลียดเป็นอันดับหนึ่งเลยคือ วิชาภาษาอังกฤษที่ผู้เขียนต้องเข้าเรียนมาตลอด 15 ปี นับตั้งแต่ผู้เขียนอยู่ชั้นประถมปีที่หนึ่ง ในช่วงแรกๆของการเรียนเป็นการเน้นความจำโดยหลักการจำจะจำคล้ายๆกับตอนต้องท่องจำข้อมูลพวกวิชาสังคมหรือประวัติศาสตร์ ผ่านไปสักพัก เริ่มมีการให้เรียงประโยค แต่งประโยค ฝึกการพูด การฟัง และการอ่าน ดูไปดูมาก็ไม่มีอะไรยากเท่าไหร่นัก แต่แล้วก็มีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้น ในวันนั้นคุณครูได้ให้ผู้เขียนอ่านประโยคตามหนังสือ ซึ่งมันเป็นเรื่องทั่วไปของการสอนให้อ่านเป็น และผู้เขียนไม่ได้มีความกลัวอะไร จึงลุกขึ้นอ่านอย่างมั่นใจ แต่สิ่งที่ออกมาจากปากผู้เขียนคือความเพี้ยนของสำเนียง การออกเสียงที่ผิดแปลก เนื่องจากเวลาคุณครูสอนแล้วให้ออกเสียงตาม ทุกคนให้ห้องจะพูดคำนั้นพร้อมกันทำให้ผู้เขียนคิดไปเองว่าออกเสียงถูกแล้ว จึงเป็นที่มาของเหตุการณ์ในครั้งนั้น

   อันที่จริงการออกเสียงผิดแล้วมีคนขำทั่วห้องไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรของคนทั่วไป แต่สำหรับผู้เขียนในตอนนั้นที่เป็นคนที่มีความมั่นใจสูงมาก และไม่อาจทนต่อความพ่ายแพ้ได้จึง กลายเป็นปมในจิตใจทำให้รู้สึกเกลียดภาษาอังกฤษไปตลอดชีวิต ทุกครั้งที่ผู้เขียนจะต้องเรียนภาษาอังกฤษก็จะไม่ให้ความร่วมมือ และไม่สนใจการสอนปล่อยเวลาให้ผ่านไปแล้วหวังว่าออดหมดคาบจะดังขึ้น รู้สึกอยากจะหนีจากมันให้ไกลที่สุด อีกทั้งยังพยายามหาเหตุต่างๆนานาเพื่อให้ตัวเองไม่ไปสนใจวิชานี้ โดยพยายามคิดว่ามันเป็นเพียงวิชาหน่วยกิตน้อยๆ ไม่จำเป็นต้องทำให้ดีที่สุด สู้เอาเวลาไปตั้งใจวิชาอื่นดีกว่า และยังคิดว่าไม่ใช่ภาษาแต่กำเนิดจะไปสนใจมันทำไม ทั้งหมดนี้เป็นทัศนคติของผู้เขียนตอนที่อยู่ชั้นประถม และแน่นอนว่าผลลัพธ์คือภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ผู้เขียนได้คะแนนน้อยที่สุด

   อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกลียดก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเกลียดมันไปจนตาย เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ จะมีอะไรที่ทำให้เราเริ่มเห็นข้อดีของมันบ้าง หรือไม่ก็เจอสิ่งที่เกลียดมากกว่ามันแทน ในตอนมัธยมเป็นช่วงเวลาที่ผู้เขียนได้เริ่มเล่นเกมมากขึ้น และทุกเกมมักมีภาษาอังกฤษเยอะมาก จึงเริ่มให้ความสนใจศึกษาภาษาเพิ่มขึ้น เพราะผู้เขียนต้องการติดตามเนื้อเรื่อง และเข้าใจตัวเกมมากขึ้นจะได้เล่นได้สะดวกไม่ติดขัด

   ในช่วงแรกผู้เขียนก็เปิดดิกชันนารีหาศัพท์ สมัยนั้นผู้เขียนยังไม่มีโทรศัพท์ที่จะแปลศัพท์ได้ทันที ซึ่งคำศัพท์บางคำไม่มีในดิกฯจึงต้องใช้การเดา บางประโยคก็เข้าใจบางไม่เข้าใจ แต่กว่าจะหาได้จนจบเกมนั้นก็เป็นชั่วโมง หลังๆเริ่มเหนื่อย จึงอาศัยการเดาทั้งหมด แต่อย่างน้อยภาษาอังกฤษที่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ก็ยังพอให้ผู้เขียนเล่นเกมได้สนุก เข้าใจเนื้อเรื่องได้มากขึ้นและเริ่มชอบการอ่านจับใจความ ทำให้รู้สึกว่าจริงๆแล้วตัวภาษาไม่ได้ยากขนาดนั้นแต่อาจเป็นเพราะผู้เขียนเองที่ไม่เหมาะกับการศึกษาภาษาอังกฤษแบบไทยๆ

   แม้จะยอมรับมากขึ้น แต่ความเกลียดในภาษาอังกฤษยังคงไม่ห่างหาย เมื่อผู้เขียนได้เจอกับ Grammar ซึ่งเป็นรูปแบบประโยคที่ใช้บ่งบอกเวลาว่าเป็นอดีต ปัจจุบัน อนาคต แล้วยังมีช่วงเวลาที่จบแล้ว กำลังดำเนินอยู่ หรือในระหว่างที่กำลังดำเนินอยู่มีอะไรมาแทรก รวมแล้ว 12 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีลักษณะการใช้เฉพาะ บางรูปแบบใช้กับข้อเท็จจริง บางรูปแบบใช้กันอนาคตที่แน่นอน หรืออนาคตที่คาดเดาว่าอะไรจะเกิด เรื่องเกี่ยวกับเวลาผู้เขียนเรียนกี่ครั้งๆก็เข้าใจพื้นฐานได้ แต่พอใช้จริงก็งงเป็นไก่ตาแตกไปเลย เหมือนต้องเรียนรู้ใหม่ทุกครั้ง

   ยังมีเรื่องของการจำคำศัพท์ที่ไม่สามารถแปลได้ความหมายเดียว เพราะแต่ละคำมีหน้าที่มากกว่าหนึ่ง เช่น เป็นคำนาม เป็นคำกริยา เป็นคำวิเศษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งว่าคำๆนั้นจะแปลว่าอะไร แค่นั้นยังไม่พอเราต้องพิจารณาจากบริบทของประโยคว่านั้นคำนั้นควรแปลว่าอะไรด้วย ซ้ำร้ายมันยังมีคำที่มีความหมายเหมือนกันมาให้จำเพิ่ม บางทีหน้าตาของศัพท์ที่เราคุ้นเคยก็เปลี่ยนไปได้อีก ส่วนมันจะเปลี่ยนความหมายหรือหน้าที่ของมันไปอีกหรือไม่ ก็สามารถเกิดขึ้นได้

   นอกจากเรื่องGarmmer เรื่องคำศัพท์ ยังมีเรื่องโครงสร้างประโยคที่ผู้เขียนไม่มีความสามารถแยกแยะได้เลย จนบางครั้งคิดสงสัยว่าการที่เราจะสื่อสารประโยคนึงต้องมีความซับซ้อนขนาดนี้เลยหรอ? ยังมีเรื่องปมจากสมัยประถมตามหลอกหลอนให้ผู้เขียนไม่กล้าที่จะสนทนาเป็นภาษาอังกฤษอีก แค่คำในชีวิตประจำวันก็ไม่อยากจะพูดออกมาเลย

   เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือสิ่งที่เกลียดย่อมมีสิ่งที่เกลียดกว่านั่นคือ ภาษาจีน เป็นการเรียนที่ผู้เขียนรู้สึกว่าเลวร้ายที่สุดในชีวิต ทำไมต้องมาเรียนภาษาที่ยากอะไรขนาดนี้ อาจด้วยความที่ผู้เขียนเรียนจีนมาแค่สี่ปี ตั้งแต่มัธยมปลายสามปี และที่มหาลัยอีกปีหนึ่ง จึงคิดเข้าข้างตัวเองว่าจีนคงไม่ยากหรอก

   แต่ผู้เขียนคิดผิด เพราะอาจารย์ที่สอนทุกคนต่างพยายามมากในการสอน ทั้งพยายามจี้เป็นรายบุคคล จีนมีความยากตั้งแต่การเขียนอักษรซับซ้อน และการออกเสียงอันเลวร้าย ภาษาจีบมีภาษาอ่านที่เรียกว่า ‘พิงอิง’ ซึ่งเอาตัวอักษรของภาษาอังกฤษมาแทนการออกเสียง แต่แทนที่จะอ่านออกเสียงแบบอังกฤษ กลับออกเสียงแบบจีนแทน กลายเป็นว่าทักษะการอ่านภาษาอังกฤษที่มีไม่ได้ช่วยอะไร ต้องฝึกใหม่ แล้วจะเอาภาษาอังกฤษมาเพื่ออะไร ยังมีเรื่องของจำนวนตัวอักษร คำศัพท์แต่ละคำไม่ได้เกิดจากการรวมตัวกันของตัวอักษร อย่างABC หรือ กขค แต่เป็นคำศัพย์คำใหม่ไปเลย หน้าตาของตัวอักษร แค่ดูเราไม่สามารถสะกดได้แบบภาษาไทยหรืออังกฤษ สุดท้ายเลยคือผู้เขียนไม่สามารถหาประโยชน์จากการเรียนภาษาจีนได้เลย ในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้ใช้ การออกเสียงเองก็ไม่ได้น่าฟังนัก พอที่จะหาเพลงเพราะๆมาฟัง

   แต่สุดท้ายผู้เขียนก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าการเกลียดภาษาพวกนี้ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่จะตัดโอกาสของเราให้น้อยลงแทน อย่างไรเราก็ไม่สามารถชอบทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกได้ แต่อย่างน้อยเราก็สามารถหาทางอยู่ร่วมกับมันได้


โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
14
ห้องนั่งเล่น / แก้ปัญหาการเงินติดขัดอย่างง่าย
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ พฤศจิกายน 19, 2020, 05:52:16 PM »
แก้ปัญหาการเงินติดขัดอย่างง่าย

ด้วยการลงทุนกับฟุตบอลออนไลน์กันเถอะ หากว่าท่านเองก็เป็นคนหนึง ที่กำลังมองหาทางออกของการเงิน ด้วยการลงทุนอยู่แล้วล่ะก็ ขะแนะนำว่าการเลือกที่จะลงทุนกับ ฟุตบอลออนไลน์ นั้น ค่อนข้างที่จะให้ผลดีกับท่านได้มากกว่า ไม่ว่าท่านจะมีเงินลงทุนเท่าไหร่ ค่าตอบแทนที่จะได้รับกลับไปนั้น ก็คุ้มกว่า และมั่นคงกว่าอย่างแน่นอน

เพราะการเลือกลงทุนทางนี้นั้น มีตัวเลือกในการเลือกค่อนข้างที่จะน้อย อีกทั้ง ตัวเลือกอย่างทีมการแข่งขันนั้น ก็ค่อนข้างเยอะ เป็นที่ีโด่งดัง ดังนั้นแล้ว มั่นใจเถอะว่า การเลือกลงทุนกับฟุตบอล สามารถที่จะให้อะไรได้มากกว่าที่ท่านคิดอย่างแน่นอน ฟุตบอลออนไลน์ กับข้อดีข้อเสียที่อย่ามองข้าม

ข้อดี

คุ้มกว่า เพราะลงทุนแค่เพียง 10 หรือว่า 20 บาทก็ได้ทั้งนั้น อีกทั้ง ยังมีการจ่ายค่าน้ำที่สูมาก โดยจ่ายเริ่มต้นที่ 0.85 หน่วย คิดเป็นอัตราส่วน หรือว่าเปอร์เซนต์อยู่ที่ 85% จากเงินทุน หากว่าท่านเลือกลงทุนที่ 5,000 บาท ก็จะได้รับค่าตอบแทนอยู่ที่ 4,250 บาท นั่นเอง และเงินค่าตอบแทนที่ท่านจะได้รับนั้น ก็ยังไม่รวมเงินต้นทุนอีกด้วย
มีตัวเลือกที่เยอะ ทำให้โอกาสในการชนะการลงทุนนั้น มีเพิ่มมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง โอกาสในการชนะการลงทุนนั้น ก็จะอยู่ที่ 50% หรือเรียกว่า ครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งแม้ว่าจะเป็นโอกาสที่น้อย แต่เมื่อเทีนบกับการลงทุนในประเภทอื่นแล้วนั้น ก็ค่อนข้างที่จะมั่นคงกว่า และให้โอกาสท่านได้มากกว่า
มีทีมที่ท่านรู้จักเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Arsenal, Liverpool, Chelsea, Newcastle, Paris Saint Germain, Real Madrid, Spur, Manchester United, Juventus, West Ham, Barcelona, Bayern Munich และทีม Manchester City เป็นต้น
สามารถเลือกลงทุนได้ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง มีการฝาก - ถอน ได้ตลอดทั้งวัน และที่สำคัญมากไปกว่านั้น หากว่าเกิดปัญหาในการใช้งานแล้วล่ะก็ ก็สามารถที่จะติดต่อ และแจ้งกับทางทีมงานได้ตลอดเวลา ในช่องทาง Line Official ของแต่ละเว็บได้เลย
มีเว็บให้เลือกคัดสรรมากกว่า 200 เว็บไซต์ทั่วประเทศ ท่านสามารถเลือกรับโปรโมชั่นเด็ดๆ ได้ทุกเดือน หรือแม้แต่การฝากเงินครั้งแรกแล้วจะทำการคืนเครดิต ก็มีให้เข้าร่วมมากกว่า 100 เว็บไซต์ นั่นเอง

ข้อเสีย

การอัพเดทเว็บไซต์ในแต่ละครั้ง แม้จะส่งผลดีต่อเว็บไซต์ และผู้เล่นในระยะยาว แต่ก็มักจะมีการปิดเว็บไซต์ที่ 2 - 3 ชั่วโมงต่อครั้งเลยทีเดียว
ด้วยความที่ผู้เข้าใช้งาน หรือว่านักลงทุนที่มีมากเกินไปนั้น อาจจะส่งผลทำให้เว็บเกิดปัญหากับบางแอคเคาน์ได้ และอาจจะแก้ไขอย่างทันท่วงทีได้ไม่ทั่วถึง ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหากับบัญชีของท่านเอง ก็ควรที่จะรีบแจ้งปัญหาทันที

เว็บไหนที่เลือกแล้วคุ้มที่สุด

สำหรับเว็บที่เปิดให้บริการในเรื่องของฟุตบอลนั้น เว็บที่ดี และเป็นที่น่าจับตามองนั้น ก็คงจะหนีไม่พ้น UFABET เว็บกีฬาชื่อดังในเครือของ UFA ที่จะให้ท่านได้พบกับประสบการณ์การลงทุนที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการให้บริการที่ครบวงจร ทั้งการฝาก - ถอน ที่เปิดทั้ง 24 ชั่วโมง สามารถที่จะทำความเข้าใจกับเว็บไซต์ได้โดยง่าย

มีการลงทุนกันได้ตลอด ทุกที่ ไม่ว่าจะใกล้หรือว่าไกล ก็สามารถที่จะไม่พลาดการลงทุนกับฟุตบอลที่ท่านรักอย่างแน่นอน นอกเหนือจากนี้แล้วนั้น ก็ยังเปิดให้ท่านได้ลงทุนล่วงหน้าได้มากถึง 17 ชั่วโมงก่อนการแข่งขันอีกด้วย


โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
15
ห้องนั่งเล่น / คิดไปเองแอบชอบไปเอง
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ พฤศจิกายน 16, 2020, 07:16:47 PM »
คิดไปเองแอบชอบไปเอง

นายกล้าเด็กนมมหาลัยธรรมดาคนหนึ่งกำลังตั้งใจเรียนในห้องเลคเชอร์วิชาเลือกวันนี้เป็นวันแรกของการเรียนการสอนทันใดนั้นเองก็มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งรูปร่างน่ารักเป็นธรรมชาติด้วยเข้ามาในห้องสายจนใครหลายคนต้องจ้องมองและเป็นผู้โชคดีที่เก้าอี้ข้างๆของกล้านั้นว่างอยู่พอดีเข้าไปนั่งด้วยถ้าเปลี่ยนนั้นสร้างความประทับใจให้กับหลายอย่างมากลิงนั่นก็คือชื่อของเธอบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กเธอขายขนมในเพจ Social ก็ดูรูปของเธออย่างมีความสุขและเขาก็ไปตามหาข้อมูลเรื่องของผู้หญิงคนนี้แหละชอบใช้กับเขาหนึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะซื้อขนมอยู่ไปบ่อยๆซึ่งจริงๆแล้วรสชาติก็ไม่ได้อร่อยขนาดนั้นหรอกแต่ก็ชอบและคิดว่ามันอร่อยๆมากๆ

สามารถจำได้ว่าในเมนูมีอะไรให้ Order ได้บ้างในกล้าได้ค้นพบโพสต์ในไทม์ไลน์ของดินที่เล่าเกี่ยวกับสเปคผู้ชายที่ชอบมันเขียนเอาไว้ค่อนข้างจะตรงกันข้ามกับตัวเองบ้างไหมว่าจะเป็นรูปร่างที่จะต้องสูงใหญ่เป็นนักกีฬาไปเท่านั้นไม่ใช่เลยก็จะพยายามเปลี่ยนตัวเองไม่ว่าจะเป็นการเข้าคอร์สออกกำลังกายเพื่อเปลี่ยนรูปร่างฝึกเล่นกีฬาบาสเกตบอลรวมถึงตั้งใจเรียนออนไลน์หรือว่าจะเป็นภาษาอังกฤษหรือการทำธุรกิจต่างๆเพื่อทำให้เขาเก่งขึ้นแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ลืมที่จะอุดหนุนขนมของเล่นอย่างสม่ำเสมอเป็นบัณฑิตที่ห้องเรียนสภาพของกล้าตอนนี้เริ่มใหญ่ขึ้นกว่าเดิมใส่เชิ้ตนักศึกษาแขนสั้นและแขนเริ่มใหญ่ขึ้นและเริ่มมีบาดแผลตามแขนขาเล็กๆน้อยๆที่จมูก

มานั่งข้างๆกล้าอีกครั้งแต่ลิ้นเริ่มสังเกตเห็นซองขนมที่เป็นร้านของเธอเองจึงกล้าเป็นครั้งแรกสวัสดีค่ะคุณเป็นลูกค้าของร้านฉันด้วยหรอคะเพราะรู้สึกเขินอายจนทำตัวไม่ถูกและได้ตอบตามบรรยากาศครั้งเอามือเกาหัวทั้งคืนเริ่มได้มีโอกาสคุยกันแต่ไม่ได้บอกว่าเขาคือคนที่สร้าง Account ใหม่ขึ้นมาเพื่อซื้อขนมทั้งคู่ได้ไปเที่ยวและไปติวหนังสือบริกรรมในส่วนมหาลัยเรียนเอากล่องห่อผ้าสีสันสวยงามวางบนโต๊ะขึ้นมาว่าจะถามคุณว่าวันนี้ทำอะไรมาให้น่ะ ลืมบอกอีกอย่างถึงเถินเปิดเองสิจะนั้นก็จะเปิดมันดูเป็นคุกกี้ที่ดินทำเองพูดต่อว่าวันนี้เป็นวันเกิดของกล้ามเนื้อก็รู้สึกดีใจและมีความสุขกับของชิ้นนั้นมากเพราะผ่านไปบอกกับดินว่าดินมีอะไรจะบอกลืมทำ

น้ำมันตกใจเลยชิงรีบพูดก่อนพอดีเราต้องกลับไปปั่นการบ้านต่องั้นเราไปก่อนนะเธอพูดเรียบๆเดินจากไปทันทีก็ตกใจเช่นกันจึงยังไม่ได้สารภาพความในใจออกไปลิงก็เดินออกห่างเขาไปเสียแล้วเมื่อก่อนกลับมาที่ห้องก็เริ่มสำรวจแชทและช่องทางการติดต่อต่างๆของลินมากขึ้นอาจไม่ตอบบ้างโทรไปเริ่มรับสายน้อยลงด้วยสัญชาตญาณบางอย่างก็ลองสังเกตตามคอมเม้นต่างๆเห็นคอมเม้นของผู้ชายหลายคน

ซึ่งอาจจะเป็นธรรมดาของคนน่ารักคนนึงแต่ไปสะดุดตากับ ความคิดเห้นหนึ่งที่ลินตอบกลับหรือประโยชน์ที่เป็นจริงเป็นจังอยู่เสมอโดยเหตุนี้จึงทำให้กล้าเริ่มทำการสะกดรอยตามรินตามที่เที่ยวที่เช็คอินในที่ต่างๆโดยเริ่มจากร้านกาแฟที่รินชอบไปบ่อยแอบมองจากหน้าต่างของร้านกาแฟแห่งนั้นที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายและสังเกตเห็นลิงกำลังคุยกับบาริสต้าของร้านซึ่งเขาดูดีและท่าทางจะตรงสเปคของลินมากเลยทีเดียว 

ก็ลองแชทไปหาลินในจังหวะนั้นลืมไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมาดูแม้แต่นิดเดียวก็ลองกดโทรไปหารินรินมองโทรศัพท์แล้วกดผิดสิ่งทันทีพร้อมคุยกับหนุ่มบาริสต้าคนนั้นต่อกล้าก็วนกระวายใจอย่างมากสักพักนึงก็คุยเสร็จวางขนมฝากเอาไว้ให้กับบาริสต้าคนนั้นแล้วเดินออกมาจากร้านกาแฟก็เลยเข้าไปที่ร้านกาแฟนั้นดูจึงพบว่าขนมที่เล่นเอามาฝากกับคุณวาริตานั้นเอามาฝากขายนั่นเองก็รู้สึกโล่งอกแต่ก็ยังไม่ทำให้เขารู้สึกมั่นใจมากขนาดนั้นจึงเริ่มทำการสะกดรอยตามต่อไปวันต่อมาก็กำลังนั่งติวกับกินข้าวด้วยกันที่สวนสาธารณะกับดินและคุยกันปกติแต่ก็เองก็ยังเก็บความไม่สบายใจอยู่ลึกๆอาจจะเป็นด้วยสัญชาตญาณของผู้ชายก็เป็นได้เข้าไปห้องน้ำก่อนนะ 

จังหวะนั้นลินได้เผลอลืมมือถือเอาไว้แล้วมันก็ได้มีสายโทรเข้ามาในขณะที่กล้ากำลังมองเบอร์นั้นรีบกลับมาพอดีเลยรีบเก็บโทรศัพท์นั้นไปดึงที่ดูตั้งใจเรียนมากกว่าปกติดูไม่พูดคุยกับกล้าเลยแม้แต่คำเดียวกล้าเริ่มไม่สบายใจเลยลองถามเป็นอะไรหรือเปล่าไม่สบายหรอเปล่านะลืมตอบโดยที่น่ามองหนังสือบนโต๊ะต่อไปเธอเป็นอะไรของเธอช่วงนี้เธอไม่ยอมคุยกับเราเลยนะทำไมห่างเหินกับเรามากขึ้นเรื่อยๆล่ะก็ถามแบบขึ้นเสียงกล้ามีห้องเรียนนะเงียบถึงจะตั้งชื่อห้องเรียนหรอได้ก็พูดจบพร้อมกับแผ่นรีดออกนอกห้องเรียนมีสายตาของนักศึกษาคนอื่นมองกันเยอะแยะไปหมดบอกเรามาสักทีได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเรา

กล้าพูดเสียงตะคอกบินตกใจมากแกพูดอะไรของแกเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยพูดอย่างนี้ได้ไงล่ะ 3 เดือนที่ผ่านมาที่เราอยู่ด้วยกันคุยเล่นกันตลอดมามันคืออะไรก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งไงเพื่อนหรอที่เราคุยโทรศัพท์ด้วยกันทุกคืนเนี่ยนะตอนนี้ก็ไม่ได้คุยแล้วไงขอโทษนะถ้ามันทำให้แกคิดกับเรามากเกินไปขอโทษจริงๆจบแล้วเปลี่ยนสายตาไปทางอื่นๆก็รู้สึกช็อคกับคำพูดของรินรินเองก็รู้ดีว่ากล้ากำลังเสียใจกับคำพูดของตนแต่ลิ้นก็เดินจากออกมาปล่อยให้กล้าเศร้าอยู่คนเดียวก็พยายามลดซองขนมและรูปภาพที่เคยแอบถ่ายด้วยกันกับรินรวมถึงกล่องขนมที่ดินทำเองกับมือในวันเกิด

ไม่เข้าใจกับตัวเองวนไปวนมารูปร่างหน้าตาของกล้าเริ่มสูงขึ้นทุกวันทุกวันเพราะหมกมุ่นกับเรื่องต่างๆจนกระทั่งมีเบอร์หนึ่งโทรเข้ามาในมือถือของเขาไม่ใช่เบอร์ใครอื่นเลยแม่ของเขานั่นเองเป็นยังไงบ้างลูกแม่ถามสบายดีครับแม่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไปเรียนเหมือนเดิมแหละ แม่ฟังเสียงลูกชายก็รู้ว่าเขาเก็บเรื่องไม่สบายใจเอาไว้ในใจแต่ก็ไม่อยากคะยั้นคะยอให้เขาพูดออกมาในตอนนี้เพราะอาจจะทำให้เขารู้สึกอึดอัดและแย่มากกว่าเดิม แม่จึงได้แต่ให้กำลังใจแล้วปลอบโยนเขาด้วยความรัก



โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
16
ห้องนั่งเล่น / ความสุขอยู่ที่ใจ
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ พฤศจิกายน 13, 2020, 08:48:56 PM »
ความสุขอยู่ที่ใจ

นายกายกับนายกานเป็นพี่น้องกันแต่ว่านิสัยนี้ผิดกันยังกับฟ้ากับดิน นายกายคนพี่เป็นคนที่อารมณ์ร้อนเขียวง่ายขี้หงุดหงิดแต่ว่านายกานขนน้องมีจิตใจที่ดีรักพ่อแม่จะมีกินหรือไม่มีก็ไม่เคยบ่น หนักเบาเอาสู้ หนังสือก็ได้เรียนแค่พออ่านออกเขียนได้ พ่อแม่ก็ยากจนแม่ก็ป่วยเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงแขนขาไม่มีแรงมาหลายปียังพอช่วยเหลือตัวเองได้บ้างก็ยังดี แต่ว่าหุงหาข้าวปลาไม่ได้แล้ว กานจะต้องเป็นคนทำทั้งหมดส่วนกายพี่ชายก็ช่วยทำนาเหมือนกัน

แต่ก็แล้วแต่อารมณ์วันไหนอยากช่วยก็ช่วยวันไหนไม่อยากช่วยก็นอนอยู่ที่บ้านพ่อรู้นิสัยก็ไม่ว่าอะไรก็ปล่อยตามเรื่องลูกทั้งสองเริ่มเป็นหนุ่มกันแล้วเย็นนี้ทำกับข้าวก็มีไข่ต้มส้มตำกินกับข้าวเหนียว กายก็บ่น “เอ้อ...มื้อนี้ยังดีมีไข่กิน ทุกมื้อมีแต่พริกป่นกับผัก หาอะไรที่มันมีโปรตีนแทบจะไม่มี

ขี้กูจะเขียวเป็นผักอยู่แล้วมะละกอออกแบบไม่ทันมาทำส้มตำเมื่อไหร่จะมีหมูมีไก่มีเนื้อวัวกับเขากินบ้างวะ” พ่อก็บอกว่า “แห้งแล้งอย่างเนี้ยอย่าว่าแต่หมูหรือไก่เลยปลาเล็กปลาน้อยก็ไม่มีให้กินวันนี้ไอ้กานมันไปช่วยบ้านลุงนัยโทรปลุกโรงรถเขาก็ให้ค่าจ้างกับไข่มา 10 ฟอง”

เจ้ากายก็ตาโต แม้ไอ้กานมึงได้เงินก็มาแบ่งกันบ้างสิเว้ยคนละครึ่งกูจะได้ซื้ออะไรกินมั่งสายว่าอย่างนั้น กานก็บอกว่าให้แม่ไปหมดแล้วเก็บไว้ให้แม่ไปหาหมอบอกว่าถามเงินได้เท่าไหร่ก็เป็นค่าอยู่ค่ายาหมดกูไม่เห็นแม่จะดีขึ้นเลย

พ่อก็บอกว่าอ้าวทำไมพูดอย่างนั้นแหละถ้าแม่ไม่หาหมอแล้วแม่เองจะมีชีวิตอยู่รอดจนถึงทุกวันนี้เหรอแม่ก็บอกว่ากายมันพูดถูก ฉันก็เบื่อจะหาหมอแล้วกายนึกขึ้นได้ว่าแม่คงจะสะเทือนใจก็รีบกล่าวขอโทษ

ฉันไม่ได้ตั้งใจนะแม่ ฉันต้องขอโทษเพียงแต่ฉันเบื่อความจนคนในหมู่บ้านไอ้ที่มันรวยก็รวยจนน่าอิจฉาจัง บ้านลุงนัยอ่ะลูกๆก็เรียนสูงสูงทำงานดีส่งเงินให้พ่อแม่ทั้ง 4 คนมีหมูเห็ดเป็ดไก่กินเต็มที่บ้านเราสิไม่มีอะไรเลย ข้าวปีนี้จะมีขายหรือเปล่าก็ไม่รู้แล้งเป็นบ้าเลยแค่ข้าวจะกรอกหม้อจะมีกินร้อนทั้งปีหรือเปล่า

พี่จะบ่นทำไมเกิดมาจนก็ต้องสู้ถ้าไม่อยากลำบากทำไมไม่ไปเกิดเป็นลูกคนรวยนะพี่กูเห็นยอดปอกูเห็นยอดยอดมันแหลมๆดูสวยงามอยู่บนยอดปราสาทเลยโดดลงมาเกิดไม่นึกว่าจะไม่ใช่ยอดปราสาท กายพูดไปก็หยิบข้าวเหนียวกินไป

พ่อบอกคนเราทุกคนนะมันจะทุกข์จะสุขมันอยู่ที่ใจวันนี้เรากินกับส้มตำปลาร้าไข่นี้เราก็อร่อยมีความสุขแล้วมันก็กินเป็ดกินไก่ความสุขมันก็เสมอกันเท่าเทียมกัน เขากินเป็ดไก่บ่อยๆเขาก็เบื่อได้เหมือนกัน กินไม่ค่อยลงอย่างเช่นเรากินผักจิ้มปลาร้าพริกป่นบ่อยเราก็เบื่อ

คนรวยเขากินดีแค่ไหนเขาก็มีวันเบื่อก็ไม่อยากกินเหมือนกันคนจนน่ะมีทุกข์ คนรวยก็ใช่ว่าจะทุกข์ไม่มีทุกข์ไม่เป็นทุกคนมีทุกข์มีสุขเป็นของตัวเองทั้งนั้นแหละ

ถ้าหากว่าเราอยากจะมีฐานะที่ดีขึ้นเราก็ต้องขยันนะลูกพ่อสอนอย่างนั้นกายก็บอกว่างั้นฉันจะลองไปหางานทำนะเพราะทางนี้ก็ให้กานมันอยู่ช่วยพ่อก็แล้วกันแม่ก็บอกว่าจะไปไหนล่ะกายแม่เป็นห่วงนะฉันจะไปเป็นลูกจ้างในเมืองได้เงินกว่าจะแบ่งให้ทางบ้านบ้าง

ฉันจะขึ้นรถประจำทางไปหางานทำถ้าได้ก็จะกลับมาบอกนะแม่ ฉันโตแล้วไม่ต้องห่วงหรอกฉันไม่อยากทำนาเหนื่อยก็เหนื่อยร้อนก็ร้อนทำแล้วก็จนเหมือนเดิมนั่นแหละ เสร็จแล้วกานก็มาหางานทำก็ได้งานที่ร้านขายของขายส่ง

เขาติดป้ายรับคนงานเพิ่ม 1 คนช่วยยกของในร้านขึ้นรถ แล้วก็ช่วยจัดการมาขายของในร้านด้วยมีที่พักมีข้าวให้กินเงินเดือนเดือนละ 1,500 บาท ได้ก็ดีใจก็รีบกลับมาเอาเสื้อผ้าลงจากรถสองแถวก็ต้องเดินลัดเลาะผ่านนาเพื่อนบ้านอีก 2 แปลงกว่าจะถึงบ้าน

แม่ฉันได้งานแล้วนะ นี่พ่อยังไม่เข้าบ้านเลย เดี๋ยวฉันฝากบอกพ่อด้วยนะสิ้นเดือนให้พ่อขึ้นรถไปเอาเงินเดือนเดือนละพันนะแม่ฉันได้เดือนละ 1,500 บาท เขามีข้าวให้กินมีที่นอนให้มีลูกจ้าง 4 คนขับรถส่งของแล้วก็ช่วยยกของ

เป็นร้านขายของส่งมีทั้งข้าวทั้งน้ำมันน้ำตาลน้ำปลาเหล้าบุหรี่มีครบที่ร้านเฮียกลวงกลวงพาณิชย์ร้านใหญ่นะแม่ แม่บอกพ่อกับไอ้กานด้วยแม่กบบอกว่าไปอยู่บ้านคนอื่นก็ต้องพยายามนะลูก ทำใจให้เย็นๆเขาด่าเขาว่าก็อดทนเอา กับเพื่อนร่วมงานก็อย่าไปพูดผิดหูใคร

ทำตัวให้เข้ากับเพื่อนให้ได้นะ โชคดีนะลูกกายก็ได้มาทำงานตื่นเช้ามืดมีเพื่อนที่นอนพักหลังร้านด้วยกันอีกคนที่เจ้าแลกายกดโดนด่าสารพัดว่าหยิบจับอะไรยังไม่ค่อยถูกแต่ก็ไม่ได้เถียง เจ้าแลก็คอยสอนคอยบอกคนที่ขับรถส่งของมี 2 คน

เขาไปนอนบ้านตัวเองเขาก็อายุประมาณ 40 เฮียเขาก็ไม่ค่อยด่าเฮียกลวงมีลูกหญิงชาย 2 คนโตแล้วลูกสาวก็มีสามีแล้วแต่ก็อยู่ด้วยกันที่บ้านก็เฮียกลวงด้านหน้าขายของด้านหลังเป็นที่พักมีหลายห้องนอนซึ่งจะอยู่ในร้านก็สามารถมองเห็นได้ลูกสาวเฮียแกท้องโตคอยทำบัญชีให้

ส่วนเมียเฮียกลวงก็มีหน้าที่หุงหาข้าวปลาแล้วก็มาดูหน้าร้านบ้างลูกเขยก็คอยขายของหน้าร้าน ใครต้องการจะให้ที่ร้านไปส่งของให้ที่ไหนเฮียกลวงจะเป็นคนรับโทรศัพท์สมัยนั้นก็มีแต่โทรศัพท์บ้าน ส่วนลูกชายเนี่ยเขาว่าเรียนไม่จบนอนตื่นสายแต่เฮียกลวงกับเมียก็รักมาก เจ้ากายเคยแอบมองแอบอิจฉาที่บ้านนี้มีกับข้าวเต็มโต๊ะ

เจ้าตี๋เล็กนี่ตื่นเกือบ 11:00 น ตื่นมาก็กินข้าวดูทีวีเบื่อก็ออกจากบ้านทุกเย็น บอกกับแม่ว่าจะไปหาเพื่อนก็ได้ยินเสียงไขกุญแจเข้าบ้าน เฮียกวงบ่นว่าเมากลับมาอีกแล้วสิบางทีเจ้จูพี่สาวตี๋เล็กก็ออกมาด่าด่าว่าวันๆเอาแต่เที่ยวเดียวเที่ยวดึกดื่นนะเข้าบ้านยังทำเสียงดังรบกวนอีก

 ก็ทะเลาะกันกลางดึกเตี่ยกับแม่ก็ต้องออกมาหาลูกเขยก็บอกน่าเบื่อไม่อยากอยู่ ถ้าลูกโตแล้วจะแยกร้านรำคาญกายก็นอนคิดว่าขนาดมีเงินชีวิตเขาก็ไม่ราบรื่นน่าจะมีความสุข วันๆนับแต่เงินกับข้าวที่กายกับแลได้กินก็จะมีต้มจับฉ่ายกับโครงไก่เป็นหลักแล้วก็มีหมูทอดหรือไข่เจียวอีกอย่าง

บางวันก็จะเป็นพะโล้หมูสามชั้นมันย่องมีไข่มีผัดผักใส่เต้าหู้กายไม่เคยกินใหม่ๆก็อร่อยแต่เพราะกินบ่อยๆก็เลี่ยนก็มันเบื่ออย่างที่แลเพื่อนร่วมงานว่า ทำให้เขารู้ว่าความจริงแล้วแม้จะกินดีก็มีเบื่อได้ คนรวยก็เบื่อได้ คนจนก็เบื่อได้ดังนั้นแล้วไม่ถูกที่ว่าไม่มีหมายถึงทุกข์แต่การที่เราไม่รู้จักพอต่างหากที่เรียกว่าทุกข์


โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
17
ห้องนั่งเล่น / เที่ยวในสิงคโปร์
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ พฤศจิกายน 11, 2020, 07:38:02 PM »
ที่เที่ยวในสิงคโปร์ ที่มาพร้อมธรรมชาติ สุดน่าสนใจ

สิงคโปร์ หนึ่งในประเทศที่เขาประสบความสำเร็จมาก ในเรื่องของการพัฒนาประเทศ ให้อยู่กันกับสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ก็คงจะหนีไม่พ้น ประเทศนี้ใช่ไหมละคะ ? ไม่ใช่เพียงแค่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมี ที่เที่ยวในสิงคโปร์ อันโดดเด่นและสวยงามเอาไว้เพียงแค่นั้น แต่เขายังคิดค้นออกแบบ ในเรื่องของผังเมืองรวมทั้งสถานที่ต่างๆ ให้ธรรมชาติสามารถเข้ามาอยู่คู่กับผู้คนในชีวิตประจำวันของทุกๆ ท่านได้ เรื่องนี้ทำให้ประเทศแห่งนี้ ที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไรเลย มีพื้นที่สีเขียวเพื่อประชากรภายในประเทศ ได้มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียวค่ะ เรียกได้ว่าน่าสนใจสุดๆ กับประเทศนี้

3 ที่เที่ยวในสิงคโปร์ ที่สดชื่นไปกับธรรมชาติ

1. Kampung Admiralty

สถานที่แห่งนี้ เป็นโครงการอาคารบ้านพักเพื่อคนชรา ของสิงคโปร์ที่มีความสมบูรณ์เพียบพร้อมแบบมากที่สุด สถานที่ที่มีชื่อว่า กัมปง แอดมิรัลตี้ (Kampung Admiralty) นี้เป็นต้นแบบของอาคารเพื่อผู้สูงอายุที่แรก (First Retirement Village) ในสิงคโปร์ ซึ่งแน่นอนว่า ตอบรับเป็นอย่างดีกับรูปแบบของ เมืองแห่งอนาคต ที่สามารถนำสิ่งอำนวยความสะดวกที่มากมายทั้งหลาย มาซ้อนทับอยู่ในสถานที่เดียวกัน ที่ดูแล้วคล้ายกับแซนด์วิชมาก

ไม่ว่าจะเป็นลานกิจกรรมที่อยู่ด้านล่าง สถานรักษาพยาบาลที่อยู่ชั้นตรงกลาง ไปจนถึงโซนของที่พักอาศัย ที่อยู่ในรูปแบบแนวตั้งดิ่งได้รับแรงบันดาลใจในออกแบบ โดยคิดคำนึงถึงการใช้พื้นที่ให้ได้ประสิทธิภาพแบบสูงที่สุด และนอกจากนั้นแล้วยังประกอบไปกับพื้นที่สีเขียว ที่มีให้ผู้พักอาศัยสามารถที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก

ยิ่งบนชั้นที่ 8 ซึ่งชั้นนี้เรียกกันว่าเป็น “ปอด” ของอาคารแห่งนี้ สวนที่อยู่บนนี้มีการปลูกต้นไม้มากมาย ไล่ระดับสวยงามดูคล้ายภูเขาลูกเล็กๆ และนอกจากนี้แล้ว ยังออกแบบ Universal Design ที่คิดคำนึงถึงผู้ใช้งานที่เป็นผู้สูงอายุ มีครบครันทั้งทางลาดสำหรับการใช้รถเข็น และจุดสำหรับนั่งพักตลอดทางที่ใช้ในการเดิน

2. PARKROYAL COLLECTION Pickering

ที่แห่งนี้เป็น "โรงแรมภายในสวน" คำนี้เป็นจำกัดความของสถานที่ที่มีชื่อว่า พาร์ครอยัล คอลเลกชั่น พิคเคอร์ริ่ง (PARKROYAL COLLECTION Pickering) ใครจะคิดล่ะคะว่า โรงแรมหรูหราขนาดนี้แถมยังตั้งอยู่ในใจกลางเมือง จะเป็นสถานที่ที่ผสมผสานทั้งสวนอันสวยงาม และอาคารที่เลิศเลอมาใว้เป็นหนึ่งเดียวกัน สถานที่แห่งนี้ทำให้ผู้คนที่มาท่องเที่ยวแวะเวียน รู้สึกเหมือนกับกำลังเข้ามาพบกับดินแดนมหัศจรรย์

สวนที่กำลังลอยฟ้าอยู่และมีขนาดใหญ่มาก ครอบคลุมพื้นที่มากถึง 15,000 ตร.ม. ที่แห่งนี้ถูกจัดแจงให้เป็นทิวทัศน์ ที่แสนมหัศจรรย์น้ำตกและภูเขา ที่แห่งนี้มากด้วยพืชพันธุ์เขตร้อน ไม่ว่าจะเป็นต้นปาล์ม ต้นลีลาวดี ที่แห่งนี้เป็นโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีครบครันทั้ง ระบบไฟฟ้าที่ได้มาจากพลังงานจากแสงอาทิตย์ และอีกทั้งยังมีการกักเก็บน้ำฝนเพื่อประหยัดน้ำ ถือได้เลยว่าเป็นสวนลอยฟ้าที่แรกบนโลก ที่ใช้พลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy) ในการจัดการดูแล

3. Gardens by the Bay

ถ้าหากว่าจะพูดถึงเรื่อง พื้นที่สีเขียวจากประเทศสิงคโปร์ ก็คงจะขาดสถานที่แห่งนี้ไปไม่ได้เลยนั่นก็คือ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) สถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็น หนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีความสำคัญต่อประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้เลย ที่แห่งนี้เป็นที่ที่มากมายไปด้วยพรรณไม้ทั้งเล็กและใหญ่หลากหลายพันธุ์ เสมือนป่าในแบบจำลองขนาดย่อมเลยทีเดียว ซึ่งที่แห่งนี้ได้รวมความหลากหลายที่มากมายทางชีวภาพไว้

เพราะเช่นนั้นทุกๆ ตารางนิ้วในสถานที่นี้จึงเปรียบได้กับสรวงสวรรค์ ที่รวบรวมแห่งพฤกษชาติ เอามาใว้ให้ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนได้รับทั้ง ความผ่อนคลาย และความตื่นตาตื่นใจไปพร้อมกัน โดยที่สถานที่แห่งนี้ภายในถูกจัดแจงแบ่งแยกเป็นโซนๆ อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ไม่ว่าจะเป็น โซน Flower Dome, โซน Cloud Forest และโซน Supertree Grove & OCBC Skyway ซึ่งโซนต่างๆ นี้จะมีการจัดโชว์ที่มีความอลังการ ครบทั้งแสงสีและเสียง Garden Rhapsody เป็นประจำในทุกๆ คืน


โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
18
ห้องนั่งเล่น / ความหมายของพวงหรีดแต่ละโทนสี
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ พฤศจิกายน 09, 2020, 06:58:28 PM »
ความหมายของพวงหรีดแต่ละโทนสี

เมื่อมีการสูญเสียจากความตาย ซึ่งเป็นเรื่องเศร้าของผู้ที่ยังอยู่ ตามประเพณีที่ทำกันมาแต่ครั้งโบราณได้แก่การทำพิธีศพตามความเชื่อทางศาสนา บ้างก็ทำพิธีเผา หรือฝัง โดยมีจุดประสงค์เดียวกันได้แก่ ต้องการให้วิญญาณของผู้วายชนม์ไปสู่สุขติ และเพื่อมิให้เกิดการอุจาดตา ประเพณีงานศพสำหรับคนไทยผู้นับถือพุทธศาสนาจะนิยมการเผาศพเป็นส่วนใหญ่ แต่ก่อนจะถึงพิธีเผาศพจำเป็นต้องมีการสวดพระอภิธรรม การสวดพระอภิธรรมจะมีกาละที่ต่างกันออกไปได้แก่ สวด 3 คืน 5 คืนหรือ 7 คืนขึ้นอยู่กับความสะดวกของเจ้าภาพ หรือแม้แต่การสวดและทำบุญ 50 วัน 100 วันเป็นต้น

ระหว่างการสวดศพเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ และการอาลัยต่อผู้ตายบรรดาแขกผู้มีเกียรติอาจแสดงออกได้ไม่ทั่วถึง จึงต้องแสดงออกด้วยการนำพวงหรีดมาเคารพศพ ดังนั้นการเลือกพวกหรีดเพื่องานนี้จึงมีความสำคัญ และเพื่อให้เห็นถึงความหมายในการใช้พวกหรีดแต่ละอย่าง หรือแต่ละประเภท โดยเฉพาะพวงหรีดที่เป็นดอกไม้สด หรือแห่งก็ตาม การกำหนดโทนสีจึงเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากจะบอกถึงสถานะ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้มอบและผู้วายชนม์ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการเลือกสีของพวกหรีด หรือเลือกสีของดอกไม้ที่ประดับพวงหรีดจึงต้องเลือกให้ถูก เพราะดอกไม้ที่นำมาประดิษฐ์เป็นพวกหรีดนั้นแต่ละสีจะมีความหมายที่แตกต่างกัน ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน

ในการเลือกสั่งพวงหรีดเพื่อส่งให้ในงานศพ ต้องพิจารณาในหลาย ๆ ประการ เช่น อายุของผู้วายชนม์ ฐานะในสังคม ความสนิทสนมและความคุ้นเคย สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งข้อพิจารณาในการให้ความเคารพด้วยพวงหรีดทั้งสิ้น หลายท่านไม่แน่ใจว่าควรพิจารณาอย่างไร หรือจะใช้พวงหรีดอย่างไรประเภทไหน เนื่องจากมีประเภทพวงหรีดให้เลือกมากมาย ทั้งพวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดดอกไม้แห้ง หรือพวงหรีดประเภทที่นำเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น พัดลม ผ้าห่ม และสิ่งของเครื่องใช้อื่น ๆ มาประกอบเพื่อทำเป็นพวงหรีด

ซึ่งเป็นที่นิยมกันสำหรับชาวบ้านทั่วไป เนื่องจากเห็นว่าเป็นสิ่งของที่เป็นประโยชน์ เมื่อเสร็จงานแล้วยังสามารถนำมาใช้งานได้ หรือมอบให้ทางวัดเพื่อใช้เป็นสาธารณะกุศลก็ได้ แต่สำหรัลพวงหรีดที่เป็นประเภทดอกไม้สดนั้นเมื่อเสร็จงานหรือถึงเวลาดอกไม้ก็จะต้องเหี่ยวแห้งไปตามธรรมชาติ ซึ่งอาจหาประโยชน์อันใดมิได้ แต่ท่านหารู้ไม่ว่าการมอบพวงหรีดดอกไม้สดนั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่า โดยเฉพาะสีของดอกไม้ที่ผู้จัดทำนำมาประดิษฐ์เป็นพวงหรีดนั้นมีความหมายยิ่งกว่า ซึ่งวันนี้ทางทีมงานจะได้มาอธิบายให้เห็นพึงประโยชน์ และความหมายในสีของดอกไม้ที่นำมาทำพวงหรีดให้ทราบกัน เผื่อใครที่ยังไม่รู้ หรือไม่เข้าใจจะได้มองเห็นคุณค่าและประโยชน์ของพวกหรีดและโทนสีของดอกไม้สดกันบ้าง ดังนี้

พวงหรีดดอกไม้สดโทนสีขาว หรือขาว-เขียว

จะสื่อความหมายถึง ความให้การเคารพแก่ดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งเป็นการเหมาะมากสำหรับการไว้อาลัยในทุกรูปแบบ ด้วยการนำมาประดิษฐ์เป็นพวงหรีดเพื่อมอบในงานศพ เป็นโทนสีที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเป็นสีที่สุภาพ แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจของผู้มอบ จึงเหมาะที่จะใช้ในการไว้อาลัยในทุกรูปแบบโดยเฉพาะถ้าผู้รับเป็นผู้ที่มีอาวุโสสูงกว่า หรือจะใช้กับผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์ก็ได้ หรือถ้าจะใช้ในงานศพถ้าผู้ตายเป็นเด็กก็อาจสื่อให้เห็นถึงดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของผู้ตายก็ได้เช่นกัน

พวงหรีดดอกไม้สดโทนหลากสี เช่น สีแดง-ส้ม-เหลือง

เป็นพวงหรีดที่มีความหมายสื่อถึง การให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้วายชนม์ จึงเหมาะสำหรับการให้ทั่ว ๆ ไปไม่เจาะจงว่าผู้ตายจะเป็นใคร การใช้พวงหรีดโทนหลาย ๆ สีรวมกัน จะทำให้ญาติผู้ตายมีกำลังใจเกิดขึ้นสำหรับสู้ชีวิตต่อไป พวงหรีดโทนหลากสีนี้กำลังได้รับความนิยมมากถึงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อน ๆ ที่จากไป ในหน่วยงาน หรือในบริษัทที่ทำงานเป็นต้น หรืออาจเป็นการส่งให้โดยที่ผู้ให้และผู้รับไม่มีความสนิทกัน แต่ต้องให้เพื่อเป็นเกียรติก็ได้ เป็นการให้โดยไม่เน้นความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่เป็นการแสดงความเสียใจในการจากไปของผู้วายชนม์ต่อครอบครัว ซึ่งน่าจะเป็นการเหมาะสมที่ดีอีกอย่างหนึ่ง

พวงหรีดดอกไม้สดโทนสีชมพู

พวงหรีดโทนสีนี้ เป็นการแสดงความอาลัยที่ออกมาอย่างสุดซึ้ง เป็นการมอบให้กับผู้ตายที่มีความใกล้ชิด ทั้งตัวผู้ตายเองและครอบครัวของผู้ตาย หรือให้กับผู้ตายซึ่งเป็นเด็กหญิงอีกด้วย เนื่องจากสีชมพูเปรียบเสมือนความอ่อนหวาน อ่อนโยน เป็นการมอบเพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้ตายที่เป็นเด็กได้เป็นอย่างดี หรือการไว้อาลัยสำหรับผู้ตายที่เป็นหญิงมากกว่าชาย เพราะสีชมพูนั้นเป็นสีแห่งความอ่อนเยาว์ จึงเหมาะกับผู้ตายที่เป็นหญิงหรือเด็กหญิงที่มีอายุอ่อนกว่าผู้มอบ

พวงหรีดดอกไม้สดโทนสีฟ้า

เป็นพวงหรีดที่สื่อความหมายให้เห็นถึง การแบ่งเบาความทุกข์ ความโศกจากการสูญเสียได้เป็นอย่างดี เป็นการเหมาะอย่างยิ่งนการไว้อาลัยทุกประเภท และยังเหมาะสำหรับการไว้อาลัยในการจากได้ของเด็กผู้ชาย เนื่องจากโทนสีฟ้าเป็นสีของการผ่อนคลาย อาจช่วยให้บรรยากาศงานศพดีขึ้นสำหรับพ่อแม่เด็กผู้ตาย สีฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของเด็กผู้ชาย และยังเหมาะสำหรับการไว้อาลัยผู้วายชนม์ที่อายุน้อยกว่าผู้มอบอีกด้วย นอกจากนี้ควรพิจารณาโทนสีเข้ม และอ่อนด้วย เช่น ถ้าเป็นการมอบเป็นการส่วนตัวควรใช้สีฟ้าอ่อน แต่ถ้าเป็นทางการหรือในนามหน่วยงานก็ควรใช้สีฟ้าเข้ม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

พวงหรีดดอกไม้สดโทนสีม่วง

ซึ่งเป็นโทนสีที่สื่อความหมายถึง ความมีเกียรติยศ จึงเหมาะสำหรับการไว้อาลัยผู้อาวุโส หรือผู้ตายที่มีอายุสูงกว่าก็ได้ หรือแม้แต่ผู้ตายนั้นเป็นผู้ที่อดีตเคยเป็นผู้บังคับบัญชามาก่อน สีม่วงนับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งเพราะสื่อให้เห็นถึงการมีเกียรติ มียศ แต่อยู่ในอาการสุขุม พวงหรีดสีม่วงนี้ได้รับความนิยมในการให้สำหรับผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์ หรือผู้สูงวัย หรือถ้าผู้ให้เป็นผู้อาวุโสหรือเป็นผู้ที่มียศมีตำแหน่ง และเป็นผู้ที่ได้รับการเคารพนับถือของคนทั่วไป โทนสีม่วงก็จะใช้ได้ดีอีกเช่นกัน



โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
19
ห้องนั่งเล่น / เตรียมตัวเตรียมใจถ้าหากมีรักในวัยเรียน
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ พฤศจิกายน 06, 2020, 04:27:15 AM »
เตรียมตัวเตรียมใจถ้าหากมีรักในวัยเรียน

ความรักเป็นสิ่งสวยงามและระเอียดอ่อนมาก คนทุกเพศทุกวัยก็ต้องพบเจอกับความรักทั้งหมดโดยเฉพาะวัยรุ่นที่เป็นวัยที่กำลังเติบโต กำลังเจอหลายมุมมองหลายความคิดจึงทำให้เขามีความสนใจต่อเพศตรงข้าม อยากมีคนรักอยากมีคนดูแลอยากมีคนที่คอยให้เล่าเรื่องในแต่ละวันหรือปัญหาในชีวิต แต่การมีความรักในช่วงวัยรุ่นหรือในวัยที่เรียนอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องผิดแต่ต้องเตรียมใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น วันนี้ทางเราจึงนำเรื่องเราของการเตรียมใจของรักในวัยเรียนมาเล่าสู่กันฟัง อาจจะเป็นเครื่องเตือนใจในวันที่ต้องพบเจอกับความเจ็บปวดใจจะได้ลลดลงบ้างเมื่อเรารู้จักวิธีเตรียมใจมาแล้ว

1.เรียนจบอาจจะต้องแยกย้ายกันไปคนละทาง
ในขณะที่ความรักมันได้ก่อตัวในระหว่างที่อยู่ในช่วงมัธยม หรือ มหาวิทยาลัย  ตอนที่ยังได้เรียนที่เดียวกันก็จะได้เจอกันทุกวันอยู่ใกล้กันทุกวัน สักวันหนึ่งเมื่อเรียนจบต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปที่อื่นไปทำตามความฝันตัวเอง หลังจากนั้นอาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยไม่ได้กินข้าวด้วยกันทุกวัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองจนบางทีอาจจะลืมคุยกันไปบ้าง ก็คงต้องเตรียมใจรับมือกับเรื่องนี้ถ้าทั้งคู่มีความมั่นคงกันมากพอต่อให้ห่างไกลกันยังไงก็รักกันเหมือนเดิม แต่ส่วนมากหลายๆคู่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปไปเจอสังคมใหม่ๆสิ่งใหม่ก็จะลดความสัมพันธ์กันในที่สุด แต่ถ้าเตรียมใจเตรียมรับมือไว้ก่อนก็อาจจะไม่ต้องมาเจ็บปวดใจทีหลังก็ได้

2.ทุกคนต้องเติบโตไปในทางของตนเอง
ความรักในวัยรุ่นหรือรักในวัยเรียนมันเป็นอะไรที่บางคู่ยังไม่ทันโลกหรืออ่อนต่อโลก ช่วงวัยรุ่นไม่ต้องมีอะไรให้คิดมากมายนอกจากการเรียนหนังสือ ความสัมพันธ์เพื่อนและความสัมพันธ์กับแฟน เป็นวัยที่ไม่ต้องแบกรับอะไรใช้ชีวิตที่สนุกสนานยังไม่มีความคิดเท่าผู้ใหญ่ แต่เมื่อโตขึ้นก็จะมองสิ่งรอบๆตัวได้อย่างเติบโต ความคิดอารมณ์นิสัยบางอย่างของกันและกันก็จะเปลี่ยนไป โดยที่อย่าคิดว่าอีกฝ่ายหนึ่งทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนแต่ก่อน โดยที่เราอาจจะเปลี่ยนไปโดยที่ไม่รู้ตัวเหมือน ดังดั้นก็ต้องทำใจเข้าใจยอมรับเตรียมรับมือก่อนที่วันนั้นจะมาถึงดีกว่า

3.ผู้ใหญ่อาจจะไม่เข้าใจรักในวัยเรียน
พ่อแม่บางคนอาจจะต่อต้านหรือบังคับไม่ให้ลูกมีแฟน เพราะคนรุ่นก่อนกับคนรุ่นใหม่มีความคิดที่แตกต่างกัน ที่พ่อแม่ห้ามก็เพราะว่าเขารักเขาห่วง เขากลัวจะจูงมือกันไปในทางที่ผิดๆ บางคู่ต้องอดทนต่อการกดดันจากครอบครัว ดังนั้นควรเตรียมรับมือเรื่องนี้ให้ดีๆถ้าพ่อแม่ไม่เข้าใจดุด่าว่าเอา หรือทุบตีด้วยความรุนแรงเราก็อย่าน้อยใจหรือโกรธเคืองท่าน อย่าประชดประชัดเพราะคนที่เสียใจจะเป็นเราอีกทั้งยังจะทำให้พ่อแม่เสียใจอีกด้วย สิ่งที่ดีที่สุดคือการพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าเราคบแล้วพากันทำแต่เรื่องดีๆช่วยกันเรียน การเรียนดีขึ้น เป็นที่ปรึกษาของกันและกัน เชื่อว่าพ่อแม่ต้องเข้าใจกันในที่สุด

4.รักกันได้แต่ต้องแบ่งเวลาให้เป็น
การเรียนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้ามีความรักในวัยเรียนต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ถูกเวลาไหนที่เรียนก็ควรที่จะเรียน เวลาว่างค่อยมานั่งคุยกันหรือแชทหากัน นอกจากจะแบ่งเวลาจากเรื่องเรียนให้แฟนแล้วควรแบ่งเวลาให้พ่อแม่บ้าง ถ้าเรามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับความรักแบบหนุ่มสาวอย่างเดียวมันจะทำให้การเรียนเสียได้ อีกทั้งพ่อแม่คงไม่ชอบใจแน่ๆที่เห็นลูกตัวเองมีแฟนที่ทำให้การเรียนแย่ลงแถมทำให้ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกสั่นคลอนด้วยอีกดังนั้นต้องจัดการวางแผนแบ่งเวลาทั้งการเรียนและความรักไม่ให้มันกระทบกันถือว่าดีที่สุด

5.เขาไม่ใช่คนเดียวในโลกที่เราจะพบเป็นคนสุดท้าย
เด็กวัยรุ่นที่มีรักในวัยเรียนต้องรักอย่างมีสติ รักกันอย่างสร้างสรรค์และรักตัวเองให้มากที่สุด บางทีการมีรักในวัยเรียนอาจจะทำให้เด็กๆเกิดการหมกมุ่นเกินไปอายุยังน้อยยังผ่านโลกมาน้อยทำให้บางทีคิดอะไรหลายอย่างยังไม่เป็นเหตุเป็นผล อาจจะเป็นการรักแบบขาดสติ ดังนั้นควรจะต้องเตรียมใจว่าต้องรักเขาอย่างมีสติ ถ้าวันไหนเขาเดินจากไปให้คิดว่าเรายังอายุน้อยยังต้องเจอใครอีกเยอะถ้าเขาคิดจะจากไปอย่ามัวแต่โทษตัวเองทำร้ายตัวเอง ตั้งสติแล้วตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตจะได้ไปเจอคนที่ดีกว่า

6.ความเจ็บปวดเดี๋ยวมันก็หายไป
เตรียมใจไว้เลยว่าเมื่อใดก็ตามที่มีความรักแล้ว มันก็ต้องมีเรื่องสุขหรือทุกข์ใจบ้างอย่ามัวแต่เศร้าหรือทุกข์ใจนาน ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามเขาทำให้เราเจ็บปวดใจมากมายเพียงใด เราต้องตั้งสติอย่าทำร้ายตนเองเพื่อประชดประชันเขา อย่างที่เราเคยเห็นตัวอย่างมามากมายรักหลงจนโงหัวไม่ขึ้นขาดสติจนถึงชีวิตนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรที่สุด เขาไม่รักเราแต่พ่อแม่ยังรักเราอยู่เสมอ เราต้องทำความเข้าใจและยอมรับว่าความเจ็บปวดเป็นเพียงแค่ชั่วคราวเดี๋ยวมันก็ผ่านไป อย่าทำให้ความรักกลายเป็นเรื่องที่ต้องทำร้ายตนเองเพราะชีวิตของเรามีค่ามากที่สุด

7.อย่าคาดหวังเกินไป
รักในวัยเรียนอย่าคาดหวังในตัวของกันและกันมากเกินไปทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ เราจะอาจเคยเห็นกันมาว่ามีบางคู่ที่คบกันตั้งแต่เรียนจนทำงานและแต่งงานมีลูกมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่จำไว้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปเพราะแต่ละคุ่มีความคิดความรู้สึกลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน ดังนั้นจงเตรียมรับมือกับความที่ไม่คาดหวังเกิดไป เพราะถ้าวันไหนที่การที่เราต้องลดความสัมพันธ์ของทั้งคู่ตัวเรามีสิทธ์เลือกได้ว่าจะกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักกันเลยหรือจะกลายไปเป็นเพื่อนที่คอยห่วงใยซึ่งกันและกัน

ความรักในวัยเรียนถือว่าเป็นสีสันอย่างหนึ่งของชีวิต แต่ควรจะอยู่ในพื้นฐานของความรักที่พอดีเพราะมีข้อจำกัดที่ว่ายังเป็นเด็กอยู่ อะไรต่างยังมีอีกมากมายที่ต้องเติบโตไปเรียนรู้ รักอย่างสร้างสรรค์มีความคิดที่ดีต่อกันนั่นแหล่ะดีที่สุด


โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
20
ห้องนั่งเล่น / เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโลกเรา
« กระทู้ล่าสุด โดย malaxmax เมื่อ พฤศจิกายน 04, 2020, 07:21:05 PM »
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโลกเรา รวมเรื่องน่ามหัศจรรย์ของโลก

ถึงแม้ว่าเราจะเป็นมนุษย์ แต่เราก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ เกิดมานานที่สุดบนเรื่อง คนเราไม่ได้รู้ทุกเรื่องของโลก ทราบไหมคะว่ามีเรื่องราวของโลกสุดน่าสนใจอีกมากมายเลย เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโลกเรา ที่คนเรายังไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจักรวาลอันไกลโพ้น และเรื่องราวต่างๆ น่าสนใจสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม วันนี้เราจะพาทุกๆ ท่านมารู้เรื่องราวที่คุณอาจไม่รู้ว่า บนโลกเราก็มีสิ่งนี้นะ

มีอะไรบ้างนะ? ที่หลายๆ คนไม่เคยรู้

6 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโลกเรา ที่คุณอาจไม่รู้

1. โลกไม่ได้กลม แบบสมบูรณ์

จริง ๆ แล้วโลกของเราที่เราอาศัยอยู่นี้ ไม่ได้เป็นทรงกลมแบบ เป๊ะๆ นะคะ จริง ๆ แล้วนั้นจะเรียกว่าเป็นวงรี น่าจะถูกกว่าค่ะ และที่ที่มำให้โลกเป็นวงรี นั้นก็คือ ที่ส่วนเส้นศูนย์สูตรนั้นเองค่ะ ตรงนี้หากมองจากนอกโลกแล้วจะเห็นได้ว่ามันจะป่องๆ ออกมา ที่ป่องออกมานี้ก็เกิดขึ้นมาจากแรงเหวี่ยง ของการหมุนรอบตัวเองนั่นเองค่า

2. มหาสมุทร เป็นสิ่งที่มนุษย์ รู้ไม่ถึง 10%

มีเพื่อนร่วมโลกของเราอีกมากมาย ที่อยู่ในมหาสมุทร แต่มนุษย์เรานี้ ยังไม่สามารถที่จะสำรวจได้ทั้งหมด เพราะเทคโนโลยีเรายังไม่ล้ำขนาดนั้น พูดได้เลยว่า เรื่องราวที่เรารู้ที่เกี่ยวข้องกับมหาสมุทร เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของทั้งหมด และเช่นเดียวกันค่ะ บนพื้นดินเอง มนุษย์เราก็ไม่ได้รู้ทั้งหมดเช่นกัน โดยบนพื้นดิน ที่มนุษย์เราทราบ มีเพียงแค่ 70% เท่านั้นเองค่ะ

3. แมลงเป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีสายพันธุ์มากที่สุดบนโลก

บนโลกของเรานี้ มีสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่า แมลง อยู่มากเกินกว่าที่ เราจะนับไหวเลยทีเดียวค่ะ มีข้อมูลจากงานวิจัยปี 2012 ที่แสดงให้เห็นว่า โลกของเรานี้มีสิ่งมีชีวิตที่ค้นคว้าได้ ยืนยันได้เพียงแค่ 8ล้าน7แสน ชนิดพันธุ์ สปีชีส์ที่ต่างๆ กันออกไป แต่ถึงผลวิจัยจะมีเช่นนั้นแล้ว ทราบไหมคะว่าจริง ๆ แล้วนั้น ผลที่ชี้แจงออกมาไม่ถึง 10% ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก

4. อุณหภูมิที่สูงมากที่สุด บนโลกของเราคือ 57.8 °C

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หลายๆ ท่านอาจไม่เคยทราบเลยว่า โลกของเราสามารถมี อุณหภูมิที่สูงได้มากขนาดนี้ พื้นที่ที่จะมีอุณหภูมิ 57.8 °C ได้นั้น จะเป็นที่อื่นไหนไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ทะเลทราย และผลการวัดนี้ ทำการวัดได้เมื่อปี 1992 ที่ทะเลทรายที่มีชื่อว่า El Azizia ในประเทศที่มีชื่อว่า Libya แน่นอนว่าเมื่อร้อนได้มากขนาดนี้ ถึงช่วงหนาวก็เย็นยะเยือกเช่นกันค่ะ

5. อุณหภูมิที่ต่ำมากที่สุด บนโลกของเราคือ -89.2 °C

แน่นอนว่าเมื่อมีที่ที่ร้อนที่สุด ก็ต้องมีสถิติที่หนาวเหน็บที่สุดเช่นกันค่ะ โดยสถิตินี้ ถูกบันทึกโดยที่สถานี้วิจัยที่มีชื่อว่า Vostok ในประเทศ Antarctica และสถิติคือ -89.2 °C หนาวเหน็บ เย็นยะเยือกแน่นอนค่ะ

6. สิ่งที่เป็นโครงสร้าง สำหรับอยู่อาศัย ที่ใหญ่มากที่สุดคืออะไร ?

สิ่งที่เป็นโครงสร้าง สำหรับให้สิ่งมีชีวิตได้พักพิง อยู่อาศัย ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด ของสิ่งที่เป็นโครงสร้าง สำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด บนโลกใบของเรานี้ คือสิ่งที่เรียกกันว่า แนวปะการัง นั่นเองค่ะ และตัวอย่างสำหรับแนวปะการังที่ใหญ่มาก ๆ นั้นมีขนาใหญ่และยาว มากกว่ากำแพงเมืองจีนเสียอีกค่ะ แนวปะการังนี้ มีชื่อว่า Great Barrier Reef มีอยู่ ณ ประเทศ Australia นั้นเองค่ะ

เรื่องราวน่าสนใจ เกี่ยวกับโลกของเรานี้ มีอีกมากมายเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้ว เรายังมีเรื่องราวน่าสนใจอื่น ๆ ให้คุณติดตามกันอีกมากมายเลยทีเดียวค่ะ


 โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
หน้า: 1 [2] 3