head-mtwatsaischool
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
วันที่ 17 ตุลาคม 2021 12:14 AM
head-mtwatsaischool
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
หน้าหลัก » นานาสาระ » สมองขาดเลือด สาเหตุการเกิดภาวะสมองขาดเลือดอธิบายได้ดังนี้

สมองขาดเลือด สาเหตุการเกิดภาวะสมองขาดเลือดอธิบายได้ดังนี้

อัพเดทวันที่ 24 กันยายน 2021

สมองขาดเลือด

สมองขาดเลือด เป็นโรคกะทันหันที่มีอัตราการเสียชีวิต และอัตราการทุพพลภาพสูง ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพของมนุษย์ สมองและกล้ามเนื้อหัวใจตาย หมายถึงการอุดตันของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งนำไปสู่ภาวะขาดเลือดขาดเลือด และขาดออกซิเจนในเนื้อเยื่อสมอง

ในทางคลินิกเวลาการรักษาระดับทอง หลังจากเกิดภาวะสมองขาดเลือดคือ 4.5 ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาตามมาตรฐาน อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ภาวะสมองขาดเลือด จะมีอาการที่ต้องระวัง อธิบายรายละเอียดได้ ดังนี้ อาการวิงเวียนศีรษะ อธิบายไม่ได้พร้อมกับอาการปวดอย่างรุนแรง การหาวบ่อยในช่วง 5 ถึง 10 วัน ก่อนเริ่มป่วยเหมือนกับไม่ตื่น

อาการพูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง มองเห็นไม่ชัด ร่างกายอ่อนแอ ดังนั้น สำหรับผู้ที่เคยประสบกับปรากฏการณ์ดังกล่าวแล้ว ควรไปโรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาให้ทันเวลา และไม่รอช้าอีกต่อไป คำเตือนสี่สิ่งนี้ จะช่วยเร่งการเกิดลิ่มเลือดในร่างกายหากสัมผัสน้อยลง บุหรี่ มีสารอันตรายมากมาย โดยเฉพาะนิโคติน ทาร์ และสารอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์

จากการศึกษาพบว่า มีการผลิตสารอันตรายมากกว่า 200 ชนิด เมื่อเผาบุหรี่ หากสารเหล่านี้เข้าสู่กระแสเลือด ด้วยออกซิเจนจะทำลายสุขภาพของหลอดเลือด และส่งเสริมการก่อตัวของลิ่มเลือด เมื่อเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ลิ่มเลือดจะหลุดออกมาภายใต้ผลกระทบของเลือด เมื่อเลือดไหลเวียนไปยังสมอง ก็จะไปปิดกั้นหลอดเลือดในสมอง และทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือด

แอลกอฮอล์ สามารถเร่งการไหลเวียนของเลือด ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ แต่อันตรายของแอลกอฮอล์ต่อหลอดเลือดนั้น ยิ่งใหญ่กว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้น สำหรับคนที่มีหลอดเลือดไม่ดี อย่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการศึกษาพบว่า หลังจากที่แอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ แอลกอฮอล์จะเร่งความหนืดของเลือด และกระตุ้นการแข็งตัวของหลอดเลือด

นอกจากนี้ หลังจากดื่มแอลกอฮอล์มากๆ การไหลเวียนของเลือดจะเร่งขึ้น หากเลือดไปกระทบกับหลอดเลือดที่แข็งตัว จะทำให้หลอดเลือด กลายเป็นกรด ซึ่งอาจแตกได้ในบางจุด นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลต่อโคเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูงในร่างกาย ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่ดี และเพิ่มโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือด

อาหารรสจัด นิสัยการกินของผู้คนเปลี่ยนไปตามสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และพวกเขาชอบกินอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และเกลือสูงเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม การบริโภคอาหารดังกล่าวเป็นประจำ จะช่วยเร่งการเกิดภาวะสมองขาดเลือดได้ อาหารที่มีไขมันสูงจะเพิ่มความหนืดของเลือด ทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง

อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาจทำให้เลือดมีความหนืดสูง ภาวะชะงักงันสูง และการแข็งตัวของเลือดสูง ซึ่งทำให้มีแนวโน้ม ที่จะเกิดลิ่มเลือดอุดตันมากขึ้น อาหารที่มีเกลือสูง มักกินความดันโลหิตจะได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง และความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในปัจจัยอิสระที่กระตุ้นให้เกิดภาวะ สมองขาดเลือด ดังนั้น จึงจำเป็นต้องกำจัดนิสัยนี้ สำหรับผู้ที่ทานอาหารหนัก

ส่วนใหญ่จะพบในอาหารทอด ขนมปังกรอบ เนย และอาหารอื่นๆ การมีอยู่ของมันอาจทำให้ปากแห้ง และรสชาติของอาหารเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับประทานเป็นประจำ จะเพิ่มความหนืดของเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน และเร่งการเกิดภาวะสมองขาดเลือด ดังนั้น สำหรับใครที่ชอบกินขนม ควรบริโภคให้น้อยลง

ผู้ที่มีหลอดเลือดไม่ดี ควรทำสิ่งนี้ทุกวัน เพื่อป้องกันภาวะสมองขาดเลือดในร่างกายส่วนบน ชีวิตของผู้คนเริ่มเครียดขึ้นเรื่อยๆ และพวกเขาต้องการหยุดพักทุกเช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันธรรมดา พวกเขาจะลุกจากเตียงทันที ที่นาฬิกาปลุกดังขึ้นทุกเช้า อันที่จริงแล้ว การทำเช่นนี้ จะทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น และดวงตาจะเปลี่ยนเป็นสีดำ และเวียนหัว แต่จะกลับคืนสู่สภาพเดิมหลังจาก 1 ถึง 3 วินาที โดยที่หลายคนไม่สนใจ

อันที่จริง ภาวะสมองขาดเลือด มักเกิดขึ้นในตอนเช้า ดังนั้น ทางที่ดีควรตื่นเช้าอย่างนุ่มนวล ลุกขึ้นช้าๆแล้วนั่งข้างเตียงประมาณหนึ่งนาที ก่อนจะตื่น เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ การดื่มชาเป็นประจำ สามารถเติมเต็มการขาดน้ำในร่างกาย เร่งการไหลเวียนของเลือด เร่งการเผาผลาญ และปกป้องสุขภาพของหลอดเลือด

การดื่มน้ำอุ่นประมาณ 400 มิลลิลิตร เมื่อตื่นนอนตอนเช้า สามารถเจือจางเลือด และลดความเสี่ยงของภาวะสมองขาดเลือดได้ การออกกำลังกาย สามารถส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย และเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด การวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ ในสมองซีกขวาสูงกว่าสมองซีกซ้าย เพราะคนใช้มือขวามากกว่าในชีวิต และไม่ค่อยได้ใช้มือซ้าย นอกจากนี้ คุณยังสามารถขยับข้อเท้า ซึ่งเรียกว่า ท่าบริหารปั๊มข้อเท้าได้ กล่าวคือ เมื่อบุคคลอยู่ในท่านอน ให้เอาเท้าเกี่ยวไปมา 10 ถึง 20 ครั้ง ในแต่ละวัน

เรื่องราวอื่นๆที่น่าสนใจคลิ๊ก !!!!   ข้อแขน อาการที่ทำให้ข้อคลาดเคลื่อนเหตุใดไม่ควรรักษาด้วยตนเอง

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์