head-mtwatsaischool
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
วันที่ 20 ตุลาคม 2021 8:51 PM
head-mtwatsaischool
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
หน้าหลัก » นานาสาระ » ลิฟต์หลอน ที่โรงพยาบาล

ลิฟต์หลอน ที่โรงพยาบาล

อัพเดทวันที่ 21 มกราคม 2021

ลิฟต์หลอน ที่โรงพยาบาล

ลิฟต์หลอน

ลิฟต์หลอน เรามีเรื่องราวหลอนๆ ตอนที่ไปเฝ้ายายของเรา ช่วงที่ยายเราไปผ่าตัดตาที่โรงพยาบาลของรัฐฯ ชื่อดังติดแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งธนฯ เรียกว่าเป็น โรงพยาบาล  ดังที่ไว้สอนนักศึกษาแพทย์โดยตรงเลย เรื่องมีอยู่ว่ายายเราเข้าไปรับการผ่าตัดตาข้างซ้ายและต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งที่บ้านเราก็สลับสับเปลี่ยนกันไปนอนเฝ้ายายอยู่เป็นประจำ เพราะยายเรายังไม่สามารถเปิดตาได้ทำให้หยิบจับอะไรก็ยังไม่ค่อยสะดวก เองก็ต้องสลับไปนอนเฝ้ายายเหมือนกันแต่ช่วงนั้นเรายังเด็กแม่เราเลยให้น้องสาวไปนอนเป็นเพื่อนกันเพราะห่างกันแค่ปีเดียว

เผื่อใครไปซื้อของหรือเข้าห้องน้ำจะได้มีคนอยู่กับยายไม่ทิ้งแกไว้คนเดียว ห้องที่ยายเรานอนพักเป็นห้องพิเศษนอนคนเดียวข้างเตียงคนไข้จะมาโซฟายาวเพื่อเอาไว้ให้ญาติเฝ้าคนไข้ ซึ่งเราเองก็นอนกับน้องสาวแบบเบียดๆ กันไป แล้วช่วงเย็นพยาบาลก็เดินมาเอาตัวยายเราไปตรวจตราเพื่อดูแผลผ่าตัด ต้องเข็นเตียงเอาตัวยายเราไปแล้วพี่พยาบาลก็บอกว่าไม่ต้องให้เรากับน้องไปเพราะจะได้สะดวกเนื่องจากต้องเดินเข็นรถข้ามตึกไป เรากับน้องก็เลยมองหน้ากันเป็นอันตกลงว่าจะไม่ตามยายไป

พวกเรานั่งรอยายนานมากจนแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ทำไมป่านนี้ยังไม่มา แล้วแม่เราก็โทรศัพท์มาเข้ามือถือของยายเพื่อจะถามอาการตามปกติ เราเป็นคนรับสายพอบอกกับแม่ว่าพยาบาลมาตรวจยายไปตรวจแม่ก็ดุเรากับน้องว่าทำไมไม่ตามยายไปด้วย ในตอนนั้นแม่เรากำลังจะมาที่โรงพยาบาลเพราะเสร็จธุระพอดี เป็นเวลาประมาณหกโมงเย็นเห็นจะได้แถมเป็นช่วงหน้าหนาวฟ้าเลยดูมืดกว่าปกติ แม่เราเอาของที่บ้านมาให้ยายเพิ่มเลยโทรบอกให้เราลงไปช่วยขนของมาที่ห้องพักของยายซึ่งแน่นอนว่าน้องสาวเราไม่ยอมอยู่รอในห้องคนเดียวแน่นอน เลยตกลงกันว่าลงไปพร้อมกันนี่แหละ พอเดินไปถึงลิฟต์เรากำลังจะกดเพื่อเรียกลงแต่ประตูลิฟต์ก็เปิดออกเองโดยที่ยังไม่ได้กดเรียก พอประตูเปิดเรามองเห็นลุงแก่ๆ คนนึงผมหงอกหมดทั้งหัวยืนอยู่ข้างในลิฟต์

เรากับน้องก็ไม่ทันได้มองอะไรรีบเดินเข้าไปเพราะกลัวแม่จะรอ พอเข้าไปเรากดลงไปที่ชั้นใต้ดินเพราะใกล้ที่แม่เราจอดรถมากที่สุด จะได้ขนของสะดวก ลิฟต์จะมีเงาสะท้อนทำให้เห็นลุงคนที่อยู่ในลิฟต์ก่อนหน้า พอเรามองไปที่พื้นซึ่งตอนนั้ก็ห็นเงาสะท้อนแต่เรากลับไม่เห็นเงาช่วงขาของลุง เราตกใจมากสะกิดน้องแต่เหมือนน้องเราไม่เข้าใจสิ่งที่เราจะสื่อสาร เราค่อยๆ ขยับไปชิดกับน้องเรามากขึ้น แล้วเราก็รู้สึกว่าลุงคนนั้นเข้ามาใกล้เรา เราขยับไปหาน้องจนน้องพูดขึ้นมาว่ามายืนเบียดทำไมที่ตั้งเยอะ เรารีบหันไปหาน้องประมาณจะถามว่าที่เยอะอะไรไม่เห็นลุงคนที่ยืนข้างๆ เราหรอ แต่น้องเราทำเหมือนไม่เห็นใครนอกจากเรา เราหันไปมองทางลุงคนนั้นซึ่งเขาใกล้เรามากๆ จนเราไม่รู้จะเขยิบไปทางไหนเราไม่กล้สมองหน้าลุงคนนั้นเพราะดูแกนิ่งผิดปกติ นิ่งจนเหมือนไม่มีชีวิตไม่ขยับเลยสักนิด ไม่รู้เลยว่าลุงแกหายใจอยู่รึเปล่า

น้องเราบอกว่าทำไมลิฟต์ช้ามากทั้งที่เราลงมาจากห้องยายอยู่ที่ชั้น 6 เท่านั้น เราเงียบไม่ตอบอะไร น้องเราหันมามองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเหมือนกัน ปรากฏว่าก่อนลิฟต์จะจอดที่ชั้นใต้ดินเราดันเผลอหันไปมองลุงคนนั้นและเราก็ต้องตกใจมากเพราะลุงคนนั้นไม่มีขาเหมือนสุดแค่ตรงข้อเท้าแล้วตรงเท้าก็หายไปเลย แต่จังหวะที่เรากำลังตกใจนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออกพอดีน้องเราก็ดึงมือเราให้เดินออกมาพอดี แล้วที่ตกใจยิ่งไปกว่านั้นคือพอเราออกไปจากลิฟต์แล้วหันมามองข้างในคือไม่มีใครอยู่ในนั้นเลย เราคิดว่าเราน่าจะโดนผีหลอกแน่นอนแล้ว น้องเราด้วยความที่ยังเด็กและเหมือนว่าเมื่อกี้น้องเราไม่ได้เห็นลุงคนนั้น ก็เลยไม่มีปฏิกิริยาอะไร เสร็จแล้วเราก็เลยเดินไปเจอแม่ไม่ไกลจากตึกนั้นมากนัก ช่วยกันหิ้วถุงของของยาย แม่เตรียมจะขึ้นลิฟต์ตัวเดิมที่เราเพิ่งจะลงมาเรายังกลัวว่าพอประตูลิฟต์เปิดแล้วจะเจอลุงคนเดินอยู่ข้างในหรือไม่

แต่โชคดีที่ตอนพวกเรากำลังจะเข้าไปมีคนอื่นมากขึ้นด้วย เหมือนมีเพื่อนร่วมทางเพิ่มขึ้น แต่จังหวะลิฟต์ปิดเราก็เห็นเงาของลุงคนเดิมยืนอยู่มุมเดิมทั้งที่มีคนอื่นในลิฟต์อีกหลายคนแต่เราแน่ใจว่าเงานั้นคือลุงที่เราเห็นตอนขาลงมาแน่นอน เพราะทรงผมและสีผมของลุงชัดเจนมาก เราไม่กล้าหันไปมองด้วยตาได้แต่ชำเลืองดูจากในเงาที่สะท้อน พอชั้น 4 กลุ่มคนที่ขึ้นลิฟต์มาพร้อมกับเราก็เดินออกไป เหลือแต่เรา แม่และน้องสาวเราเท่านั้น พอประตูลิฟต์ปิดเงาของลุงก็ยังอยู่ตอนนั้นเราแน่ใจเลยว่าถ้าเราหันไปมองจะต้องเห็นลุงคนนั้นแน่ๆ เราอดทนกลั้นใจมากๆ ถึงแม้ว่าระหว่างขึ้นลิฟต์เหมือนจะใช้เวลาไม่นานแต่มันนานสำหรับเรามากๆ เพราะมันมีความหลอนอยู่ตลอดและดูเหมือนว่าแม่กับน้องสาวเราไม่เห็นลุงคนนั้นมีแค่เราคนเดียวเลยที่เห็น

พอถึงชั้น 6 แม่เราให้เรากับน้องเดินออกไปก่อนช่วงจังหวะที่เรารับถุงจากแม่ทำให้เราต้องหันหน้ากลับเข้ามาทางลิฟต์ และเราเห็นหน้าของลุงคนนั้นอย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งพอมองไปแล้วลุงแกเหมือนมีแผลที่หน้าทางด้านขวา เหมือนโดนอะไรฟาดมาเลย ถึงจะเป็นช่วงเวลาแค่แป๊บเดียวเท่านั้นแต่เราก็จำหน้าลุงคนนี้ได้แบบชัดเจน ทั้งลักษณะและหน้าตาเพราะเราหันไปทางแกและเห็นแกแบบเต็มตาเลย

ออกจากลิฟต์มาได้เราแทบจะวิ่งเลยเพราะกลัวลุงคนนั้นมากๆ เรากลับเข้ามาที่ห้องของยายแม่เราก็ดุว่าวิ่งทำไมเสียงดังนี่มันโรงพยาบาลแต่เราก็ไม่กล้าเล่าให้แม่ฟังเพราะกลัวแกจะดุเราอีก เลยได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้จนถึงตอนนี้ มีแค่น้องเราเท่านั้นที่รู้ว่าเราเห็นอะไรซึ่งน้องเรายืนยันว่าไม่เห็นลุงลักษณะแบบที่เราบอกเลย หลังจากวันนั้นที่ไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาลเราก็ไม่ไปอีกเลยเพราะกลัวมาก ยายเรานอนพักฟื้นต่ออีกไม่กี่วันเลยทำให้เราไม่ต้องไปเฝ้าสลับกับคนอื่นอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราจำได้แม่นยำเลยทีเดียวเพราะเราเห็นลุงแกอย่างชัดเจนเลยทำให้จดจำมาได้ถึงตอนนี้

 

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์