head-mtwatsaischool
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
วันที่ 20 ตุลาคม 2021 8:57 PM
head-mtwatsaischool
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
หน้าหลัก » นานาสาระ » ผีหรือคน น่ากลัวกว่ากัน 

ผีหรือคน น่ากลัวกว่ากัน 

อัพเดทวันที่ 17 ธันวาคม 2020

ผีหรือคน น่ากลัวกว่ากัน 

ผีหรือคน

ผีหรือคน เรื่องราวที่จะเล่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราเอง ในช่วงประมาณสองปีที่ผ่านมา เราไปอยู่หอพักที่ใกล้กับที่ทำงานเพราะว่าเราเลิกงานค่อนข้างดึกรถเมล์ที่จะกลับบ้านก็แทบจะหมด เรียกว่าต้องลุ้นตอนเลิกงานแทบทุกวันเพื่อให้ออกมาทันรถเมล์เที่ยวสุดท้าย พอเราตกลงกับที่บ้านเรียบร้อยแล้วว่าจะต้องไปอยู่หอเพราะเราเองไม่เคยไปอยู่ที่อื่นเลยตั้งแต่เกิดมาคืออยู่บ้านมาตลอด ครั้งนี้เหมือนเป็นการไปอยู่ไกลบ้านแบบตัวคนเดียวเลย  

 

เราได้หอพักที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเฝ้าในช่วงกลางคืน และมีการเข้าออกด้วยคีย์การ์ด มีแม่บ้านคอยดูแลเรียกว่าได้มาตรฐานหอพัก ในตัวห้องพักเองที่ล็อกประตูต่างๆก็ถือว่าแน่นหนาดี เราขนของไปอยู่ได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ บอกตามตรงเลยว่าเราเป็นคนค่อนข้างกลัวผีมากมาก ได้ยินเสียงอะไรเล็กๆน้อยๆ ก๊อกๆแก๊กๆ ก็ระแวงไปหมดแล้ว อย่างตอนที่ย้ายเข้าไปอยู่ที่หอวันแรกเราถึงขนาดนอนไม่หลับเลยเพราะว่ากลัวจะเจออะไร เราโทรศัพท์หาแม่เหมือนให้มีเพื่อนคุยไปด้วย แต่พอสักพักก็เริ่มชินพอที่จะนอนหลับลงได้บ้าง  

 

เราใช้ชีวิตเป็นวงจรแบบนี้คือเลิกงานสามทุ่มนั่งมอเตอร์กลับหอ เดินตลาดแถวหอเพื่อซื้อของไปกิน ทำกับข้าวบ้างซื้ออาหารสำเร็จกินบ้าง พอเช้าก็ออกไปทำงานช่วงบ่ายโดยการนั่งรถมอเตอร์ไซค์หรือบางครั้งก็เดินไปเพราะที่ทำงานอยู่ไม่ไกลจากหอพักเราเท่าไหร่   ทุกๆวันเสาร์เราจะกลับมาที่บ้านนอนค้างสองคืนและงันจันทร์ก็ออกจากบ้านไปที่ทำงานเลย เป็นแบบนี้อยู่ตลอดประมาณหนึ่งเดือนที่เราใช้ชีวิตแบบนี้ ซึ่งเราไม่เคยรู้เลยว่าการใช้ชีวิตตามเวลาแบบนี้จะทำให้เราเกือบตกเป็นเหยื่อ ตกเป็นเป้าหมายของคนที่คอยจับตามองอยู่ เราไม่มีศัตรูหรือมีปัญหากับใครที่ไหน แต่เหตุการณ์ที่เราไม่เคยคิดว่าจะเกิดมันก็มาถึง  

 

วันนั้นเป็นวันศุกร์เรากำลังจะนั่งมอเตอร์ไซค์กลับไปที่หอพักเพื่อไปเก็บของแล้วจะกลับบ้านในวันเสาร์ ตอนที่เราไปเรียนมอเตอร์ไซค์รับจ้างเราไม่ได้สังเกตว่าคนขับมอเตอร์ไซค์เป็นคนที่เราไม่คุ้นหน้า เพราะจริงจริงแล้วปกติเราจะนั่งเป็นประจำช่วงตอนสามทุ่มหลังเลิกงานก็จะมีพี่พี่มอเตอร์ไซค์ไม่กี่คันที่ยังวิ่งรับผู้โดยสารอยู่ แต่เราก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปเพราะเสื้อกั๊กเขาก็มี เราบอกจุดหมายปลายทางที่หอพักแต่มอเตอร์ไซค์คันนี้กลับขับออกไปนอกเส้นทาง ระยะทางจากที่ทำงานเราไปที่หอพักจริงๆแล้วใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที แต่ว่าเขาพาเราเลี้ยวไปอีกทางตอนนั้นเราเริ่มกลัวและทางที่ไปมันค่อนข้างมืดพอสมควร เข้าซอยไปได้สักพักมอเตอร์ไซค์คันที่รับเรามาก็จอดตรงนั้นเป็นซอยที่ค่อนข้างมืดและบ้านคนก็ไม่ค่อยมี เขากำลังจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง เราด้วยความกลัวก็มองซ้ายมองขวาหาทางหนีทีไล่เอาไว้ เราเห็นมีมอเตอร์ไซค์ขับผ่านไปตรงปากซอยในใจคือคิดว่าจะต้องวิ่งออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดและออกไปทางที่เห็นว่ามอเตอร์ไซค์ผ่านไป  

 

จังหวะที่ผู้ชายคนที่ขับมอเตอร์ไซค์พาเรามาดึงมีดออกมานั้น เรารีบกลับหลังหันวิ่งสุดชีวิตพร้อมตะโกนสุดเสียงแล้วก็ถือเป็นโชคดีของเราที่มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาตรงปากทางนั้น เราตะโกนเสียงดังมากมากให้คนที่ขับมอเตอร์ไซค์ได้ยินเพื่อจะได้จอดรับเราไปด้วย และถือเป็นโชคดีของเราคนขับมอเตอร์ไซค์คันนั้นเป็นหนึ่งในพี่ที่วินมอเตอร์ไซค์ที่เรานั่งเป็นประจำ แกช่วยบีบเตรและตะโกนบอกเราให้ขึ้นรถ ตอนนั้นเราวิ่งไม่คิดชีวิตใดใดไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนที่ขับรถพาเรามาตรงนี้กำลังทำอะไร พอเราวิ่งเข้ามาใกล้รถของพี่วินมอเตอร์ไซค์แกก็จำเราได้ แกถามเราว่ามาทำอะไรตรงนี้เนี่ยแล้วก็บอกให้เรารีบขึ้นรถเร็วเร็ว เราไม่รู้จะพูดว่าอะไรตอนนั้นมันได้แต่รู้และบอกตัวเองว่าวิ่งให้เร็วและรีบขึ้นรถพี่งินคันนั้นให้ไวที่สุด เราขึ้นรถพี่วินมอเตอร์ไซค์ได้ก็ไม่รู้แล้วว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น พี่เขาพาเราขับมาส่งที่หอพักแล้วถามเราว่าจะไปแจ้งความมั้ยจำหน้าคนนั้นคนที่พาเราไปตรงซอยเปลี่ยนได้รึเปล่า บอกตามตรงตอนนั้นเราไม่รู้จะพูดอะไร เหนื่อยก็เหนื่อย บวกกับอาการงง และยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอตั้งสติได้พี่วินมอเตอร์ไซค์แกก็ยังอยู่บอกกับเราว่าให้ไปแจ้งความกับแก แกจะพาไปเองเพราะเป็นแบบนี้พื้นที่ตรงวินแกก็เสียหายเพราะว่ามีคนแอบมารับผู้โดยสารแถมยังจะมาทำร้ายคนที่ใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์แบบนี้อีก 

 

หลังจากพี่วินมอเตอร์ไซค์พาเราไปลงบันทึกประจำวันแล้วแกก็ขับรถกลับมาส่งเราที่หอพักโดยที่แกเองก็ไม่คิดค่าโดยสารอีกต่างหากแกว่าโชคดีนะที่มีคนเรียกให้ไปส่งแถวนั้นแล้วเจอกับเราพอดี ถ้าไม่เจอใครตรงนั้นเราจะทำยังไงเพราะซอยนั้นเป็นซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยวมากๆ ขนาดตัวพี่แกเองมีคนเรียกไปยังต้องระวังตัวแล้วระวังตัวอีก เราก็ได้แต่ขอบคุณแกไปที่ช่วยเราให้รอดพ้นจากโจรคนนั้น พี่เขาเลยให้เบอร์ติดต่อไว้เพื่อเวลาเลิกงานแล้วไม่เจอพวกพี่ที่วินที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาจะได้โทรศัพท์ตามได้ไม่ต้องไปขึ้นรถคนที่มาคิดร้ายแบบนี้ อีกอย่างการใช้ชีวิตแบบเป็นตารางเวลาที่เหมือนกันทุกวันก็เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพคอยจับสังเกตและเอามาเป็นช่องทางที่จะทำร้ายเราได้ สำหรับเราคิดว่าผีหรือสิ่งลี้ลับต่างๆไม่ได้น่ากลัวเท่าคน ผีหรือวิญญาณหากเราไม่ได้ไปทำอะไรเขาหรือที่ใครชอบใช้คำว่าลบหลู่หรือลองของเขาไม่ทำร้ายเราเท่าคนหรอก สุดท้ายก็อยู่คนละภพคนละภูมิกันแต่คนนี่แหละที่คิดร้ายและสามารถทำร้ายเราได้ เราเองก็ผิดที่ไม่ทันได้ระวังตัวเองเพราะคิดไม่ถึงจริงจริงว่าจะมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ยังไงก็ต้องระวังตัวกันให้ดีนะ

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์
โรงเรียนมัธยมวัดไทรราษฎร์อุปถัมภ์